Archive

Archive for เมษายน, 2012

ฮะรุกิ มูราคามิ (Murakami Haruki) นิยายเหนือจินตนาการขนานแท้

เมษายน 28, 2012 1 ความเห็น

“ในเดือนเมษายน 1978 ตอนที่ผมกำลังดูการแข่งเบสบอลที่สนามจิงกุในโตเกียว แสงแดดส่องจ้า ผมดื่มเบียร์อยู่ และตอนที่เดฟ ฮิลตัน จากทีมยาคุลต์ สวอลโลวส์ตีลูกได้อย่างเยี่ยมยอด ตอนนั้นเองผมก็รู้ว่าผมจะเขียนนิยาย”

นี่คือบทสัมภาษณ์ของนักเขียนที่มีชื่อว่า “ฮะรุกิ มูราคามิ” หรือ “มูราคามิ” นักเขียนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่มีแฟนคลับชาวไทยมากโขอยู่(รวมทั้งผมด้วยอีกคน) เพราะฉะนั้นในบทความนี้ ผมคงไม่เน้นที่จะมาบอกเล่าเรื่องประวัติและผลงานของเขามากนัก นั่นเพราะว่าท่านสามารถหาอ่านได้ทั่วๆไปนั่นเอง(ผมจะลงลิงค์ไว้ให้ในตอนท้ายครับ)

“มูราคามิ” สำเร็จการศึกษาวิชาการละคร ภาควิชาวรรณคดี จากหาวิทยาลัยวาเซดะในกรุงโตเกียว และเริ่มต้นเขียนนิยายเมื่ออายุ 29 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเปิดบาร์เล็กๆ ที่โตเกียวมีชื่อว่า ปีเตอร์ แคท (Peter Cat)
นิยายของเขามักเริ่มด้วยโครงเรื่องง่ายๆ เน้นการจัดวางเรื่องราว สร้างตัวละคร เล่นกับความรู้สึกของตัวละคร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ความพิลึกพิลั่นของเหตุการณ์ต่างๆภายในเรื่องที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวให้ดำเนินต่อไปได้ และเพราะมูราคามิชอบดนตรีและเป็น(เคยเป็น)เจ้าของบาร์แจ๊ส นิยายของเขาจึงมักมีเกร็ดดนตรี รวมถึงเรื่องราวของดนตรีเกี่ยวเนื่องอยู่เสมอ เหล่านี้ทำให้นิยายของเขาแตกต่างจากนักเขียนท่านอื่นๆ และทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น และนับตั้งแต่นิยายเรื่อง “Norwegian Wood” (มีชื่อไทยว่า “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย”) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1987 และมียอดขายถล่มทลายในญี่ปุ่น หลังจากนั้นนิยายของเขาก็ถูกแปลและตีพิมพ์ในประเทศต่างๆมากขึ้น และทำให้มูราคามิเป็นที่รู้จักในวงการวรรณกรรมโลกในที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่พิสูจน์ถึงความสามารถของเขาก็คือ มีนิยายของนักเขียนในเอเชียจำนวนไม่มากนักหรอก ที่มีผลงานแปลเป็นภาษาอังกฤษและมีบทวิจารณ์ใน “เดอะไทม์” รวมถึงได้รับเกียรติขึ้นบรรยายในมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศด้วย มูราคามิจึงถือว่าเป็นนักเขียนระดับตำนานคนหนึ่งของเอเชียเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

อันดับหนังสือขายดีของเดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Time Best Seller)

เมษายน 26, 2012 ใส่ความเห็น

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หนังสือนิยายฉบับแปลไทยใหม่-เก่าหลายเล่มในบ้านเรา มักนิยมสร้างเครดิตให้กับหนังสือของตัวเองโดยอาศัยประโยคที่ว่า “The New York Time Best Seller” หรือ “#1 The New York Time Best Seller” ซึ่งถ้าแปลตรงตัวแล้วก็คือ “หนังสือเล่มนั้นติดอันดับหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์” นั่นเอง ซึ่งถ้าดีหน่อยเค้าก็จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้ติดอันดับหนึ่งเชียวนะ อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคของใครของมัน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “เดอะนิวยอร์กไทม์”
“เดอะนิวยอร์กไทม์” ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1851 โดยส่วนใหญ่เรามักเรียกว่า “เดอะไทมส์” บริหารจัดการโดยบริษัทเดอะนิวยอร์กไทมส์ โดยถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่สำหรับวงการสิ่งพิมพ์อเมริกา และมีสิ่งพิมพ์หลักก็คือ “หนังสือพิมพ์รายวัน(Daily newspapers)” และ “หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์(Sunday newspapers)” โดยมียอดจำหน่ายติดอันดับ 1 ใน 3 ในอเมริกา และมีสาขาของเดอะไทม์ทั้งในยุโรปและเอเชียด้วย(ข้อมูลจาก newsbulletin connection)

นอกจากนี้ เดอะไทม์ ยังมีสิ่งพิมพ์อื่นๆ อีก 15 ฉบับ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นิตรสารรายสัปดาห์ที่มีชื่อว่า “เดอะนิวยอร์กไทมส์บุ๊ครีวิว(New York Times Book Review)” ซึ่งได้เริ่มต้นพิมพ์แบบเป็นเอกเทศ(ต่างจากของเจ้าอื่นที่อยู่ปนกับหนังสือพิมพ์หรือนิตยาสารรายสัปดาห์) ตั้งแต่ปี 1942 และยังพิมพ์จำหน่ายต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ประมาณ 70 ปีแล้วนะถ้าผมลบเลขถูก)

รูปด้านล่างคือ หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ “เดอะนิวยอร์กไทมส์บุ๊ครีวิว”

อ่านเพิ่มเติม…

ฮาร์ลาน โคเบน(Harlan Coben): อาชญนิยายเขย่าขวัญ ผู้เก็บงำอดีต

เมษายน 22, 2012 ใส่ความเห็น

“ฮาร์ลาน โคเบน(Harlan Coben)”
แฟนนิยาย“แนวสืบสวน(สอบสวน)เชิงอาชญากรรม” หรือที่หลายๆท่านอาจเรียกว่า “อาชญนิยาย” แนว ระทึกขวัญ(suspense) และเขย่าขวัญ(thriller) แทบที่จะไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของ “ฮาร์ลาน โคเบน”

โคเบน เป็นนักเขียนแถวหน้าคนหนึ่งของวงการนิยายสืบสวน(สอบสวน)ในอเมริกา โดยเขาเริ่มสนใจงานเขียนขณะที่อยู่เรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จากนั้นเขาก็เริ่มเขียนนิยาย โดยนิยายเล่มแรกของเขา(Play dead,แกล้ง) ได้ถูกตีพิมพ์ในขณะที่เขาอายุ 26 ปี(ซึ่งโคเบนไม่ค่อยภูมิใจกับนิยายเล่มนี้เท่าไหร่) และหลังจากที่เขาเขียนนิยายแบบเล่มจบ(stand-alone novel)ได้สองเล่ม เขาก็ได้เปลี่ยนแนวการเขียนฉีกออกมาจากสองเล่มแรก โดยนิยายเล่มที่สามนี้ เป็นนิยายเล่มแรกของ “นิยายชุด ไมรอน โบลิทาร์” ที่มีตัวเอกชื่อ “ไมรอน โบลิทาร์” เป็นตัวละครหลักและมีอิมเมจเป็นอดีตนักกีฬาบาสเกตบอลดาวรุ่งที่ผันตัวเองมาเป็นตัวแทนนักกีฬา แต่ว่าดันต้องมาคอยสืบสวนหาตัวคนร้ายในเหตุฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาในสังกัดของตัวเอง(เล่มหลังๆจะเกี่ยวของกับตัวไมรอนมากขึ้น หลักๆจะเป็นเรื่องราวในอดีตที่ผลักดันทำให้เกิดปมเหตุกับตัวไมรอนเอง) นอกจากนี้โคเบนยังเขียนให้ไมรอน มีคู่หูอีกคนชื่อว่า “วิน(วินเซอร์ ฮอร์น ล็อควูด ที่สาม)” ที่ทั้งรูปหล่อ, ทรงเสน่ห์ และเก่งแทบจะทุกด้าน(โดยเฉพาะเทควันโด) แม้นิยายชุดนี้จะถูกดำเนินเรื่องไปด้วยกีฬาหลากหลายประเภท แต่โคเบนเคยให้สัมภาษณ์ว่าผู้อ่านไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนั้นก็สามารถอ่านนิยายชุดนี้ได้ เพราะเค้าใช้กีฬาเป็นเพียงแค่ฉากหลังของนิยายเท่านั้น ปัจจุบันนิยายชุดนี้มีทั้งหมด 10 เล่ม และนอกจากนี้ โคเบน ยังคงเขียนนิยายแบบเล่มจบอีกหลายเล่มในเวลาต่อมา ซึ่งสนุกและน่าติดตามไม่แพ้นิยายชุดไมรอน โบลิทาร์ เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม…

เฉียน เยี่ยว ชิว(Qian Yan Qiu) นิยายสืบสวนสไตล์เอเชีย

บางครั้งชีวิตก็ต้องการความแปลกใหม่ ใช่ไหมครับ? วันนี้ผมยังไม่ได้หนีหายจากนิยายแนวสืบสวนสอบสวนไปไหนครับ แต่ว่าจะมาเปลี่ยนบรรยากาศให้ต่างหาก ซึ่งที่ผ่านมานักเขียนส่วนใหญ่ที่ผมแนะนำไปแล้วมักเป็นเป็นชาวอเมริกัน ไม่ก็อังกฤษ ฉะนั้นไม่ว่าโครงเรื่องจะแตกต่างกันอย่างไร รสชาติหรืออรรถรสที่เราได้รับก็จะเป็นบรรยากาศแบบเดิมๆนั่นเอง ดังนั้นวันนี้ผมเลยอยากพาท่านผู้อ่านมาลองเปลี่ยนบรรยากาศกัน ลองลิ้มชิมรสอะไรใหม่ๆบ้างไม่แน่ว่า อาจจะถูกปากท่านก็เป็นได้
สำหรับนักเขียนที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้มีชื่อว่า “เฉียน เยี่ยว ชิว(Qian Yan Qiu, 钱雁秋)” ครับเป็นนักเขียนชาวจีน จีนแท้ๆนะครับไม่ใช่ใต้หวันหรือฮ่องกงและเค้ามีความสามารถพิเศษหลายๆด้าน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็น งานทางด้านเบื้องหลัง เช่น นักเขียนบทละคร ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง และก็เป็นนักแสดงด้วยบ้างในบางครั้ง ส่วนนิยายของเค้าที่ทำให้ผมและพี่น้องชาวไทยได้รู้จักเค้า ก็คือนิยายเรื่อง “ตี๋เหรินเจี๋ย” นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม…

ซิดนีย์ เชลดอน (Sidney Sheldon) ต้นตำรับ “Unputdownable mystery”

เดี๋ยวนี้ นิยายหลายๆเรื่อง(ทางฝั่งอเมริกา) แต่ละเล่มค่อนข้างจะหนาสาเหตุก็คือว่า มีการเพิ่มเติมรายละเอียดมากมายลงไป เพื่อให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการได้ถึงสถานที่ ตัวละคร วัตถุ และหลายๆอย่างที่ผู้เขียนอ้างอิงไว้ในเรื่องได้อย่างชัดเจน ซึ่งกว่าจะได้รายละเอียดเหล่านั้นมา อาจจำเป็นต้องใช้คนมากกว่าหนึ่งคนเพื่อหาข้อมูล(ราวกับทำวิทยานิพนธ์ทีเดียว) มีทั้งการค้นคว้า การสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนิยายที่กำลังเขียน จากนั้นข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นก็จะถูกย่อยมาให้เราได้อ่านกันอีกที ยกตัวอย่างเช่น งานของแดน บราวน์, เจฟฟรี ดีเวอร์ หรือ เดวิด บัลดัคซี เป็นต้น
ซิดนีย์ เชลดอน (Sidney Sheldon) เป็นนักเขียนนิยายที่เป็นที่นิยมคนหนึ่งของอเมริกาและของโลกเลยทีเดียว และถือเป็นนักเขียนยุคแรกเริ่มที่นิยายของเค้าติดอันดับขายดีทั้งในอเมริกาและต่างประเทศ(ถูกแปลไปแล้วหลายภาษา) นิยายของปู่ซิดนีย์ยังสร้างแรงบัลดาลใจให้กับนักเขียนรุ่นใหม่หลายๆคน เพราะสไตล์การเขียนนิยายของเขามีลักษณะตามที่ผมกล่าวมาข้างต้น คือมีรายละเอียดต่างๆที่บรรยายแล้วทำให้เราจินตนาการตามได้ไม่ยาก ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนมาจากกระบวนการค้นคว้าและรวบรวบข้อมูลที่ดีนั่นเอง ที่สำคัญก็คือ นิยายของซิดนีย์ มีโครงเรื่องหลักไม่ค่อยซ้ำกัน แต่ทุกเล่มถ้าได้ลองอ่านแล้วแทบจะวางไม่ลงเลยทีเดียว หรือที่เค้าเรียกว่า “Unputdownable mystery”

อ่านเพิ่มเติม…

ลี ไชลด์(Lee Child) อาชญนิยายระทึกขวัญสไตล์ฮาร์ดคอร์

ชั่วโมงนี้ถ้าพูดถึง นิยายแนวอาชญากกรมหรืออาชญนิยายนั้น คงไม่มีซีรี่ส์ใด ดิบเถื่อนได้ใจเท่ากับซีรี่ส์อาชญนิยายของ “จิมแกร็นท์(Jim Grant)” หลายคนอาจจะงง แต่ถ้าบอกว่านามปากกาเค้าคือ “ลี ไชลด์(Lee Child)” ทุกคนก็คงร้อง อ๋อ! นิยายชุดนี้มีตัวเอกที่ชื่อ “แจ็ค รีชเชอร์(Jack Reacher)” ซึ่งจิมได้สร้างตัวละครหลักนี้จากจินตนาการของเขาเอง โดยการผสมผสานระหว่างดาราฮอลีวู๊ด สามคนคือ คลินต์ อีสต์วูด, เมล กิบสัน และบรูซ วิลลิส จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ แจ็ค รีชเชอร์ จะมีแฟนคลับในอเมริกาและทวีปต่างๆ โดยเฉพาะสาวน้อยสาวใหญ่เป็นจำนวนมาก จนทำให้ความแรงของ แจ็ค รีชเชอร์ ในนิยายชุดนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์แล้วเรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามตอนที่ถูกเลือกไปสร้างเป็นภาพยนต์นั้น ไม่ใช่ตอนแรกของซี่รี่ส์ชุดนี้นะครับ แต่เป็นตอนที่ #9 โน่นเลย โดยที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “One Shot” ถูกพิมพ์ครั้งแรกในปี 2005 โน่น

อ่านเพิ่มเติม…

เจฟฟรี ดีเวอร์ (Jeffery Deaver) : อาชญนิยายเขย่าขวัญเชิงจิตวิทยา

บ้านเราเดี๋ยวนี้ นิยายแปลจากนักเขียนต่างประเทศมีเยอะขึ้น แต่มีไม่กี่คนหรอกครับที่เรารู้จัก ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะสำนักพิมพ์ใหญ่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
หรือว่าบางเล่มถูกเอาไปทำเป็นภาพยนต์ล่ะก็ เราก็แทบจะไม่ได้อ่านนิยายดีๆ เหล่านั้นเลย เพราะอยู่บนแผงหนังสือไม่กี่วัน ยอดขายไม่ดีก็โดนสอยลงมาแล้ว
ดังนั้นผมคิดว่าการรู้จักตัวผู้เขียน หรือผู้ประพันธ์เองถือเป็นเรื่องดี ที่จะทำให้เราสามารถติดตามและหาผลงานของเค้าได้โดยตรง ไม่งั้นก็ได้แต่ลองผิดลองถูกกันไป ตามโฆษณาชวนเชื่อของแต่ละสำนักพิมพ์ ซึ่งบางทีก็สนุกบางทีก็ไม่สนุก ผมคิดว่าตรงนี้เป็นทุนครับ ดังนั้นอย่าเสียเวลาเลยครับ นักเขียนคนแรกที่ผมอยากแนะนำคือ “Jeffery Deaver”
ถ้าผมสะกดไม่ผิดน่าจะออกเสียงว่า “เจฟฟรี่ ดีเวอร์” ดีเวอร์ เป็นนักเขียนนิยายสไตล์สืบสวนสอบสวนและฆาตกรรม โดยอยู่ในคลาสของนักเขียนระดับ “international bestselling” ซึ่งถ้าไม่ได้อ่านงานเขียนของเค้าแล้ว ผมก็งงๆ เค้าเอาอะไรมากะเกณฑ์เรื่องนี้(เพราะชื่อรึเปล่า … ดี-เวอร์) ซึ่งผมก็เดาๆว่าอาจเป็นเพราะงานเขียนของเค้าได้ตีพิมพ์หลายภาษา และอยู่ในระดับที่ขายดีมากๆ ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ งานเขียนของเค้าได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์ รวมถึงละครทีวีอยู่หลายเรื่อง ด้วยเหตุนี้ะมั้งที่ทำให้ ดีเวอร์ ขึ้นแท่นนักเขียนขายดีคนหนึ่งของโลก

อ่านเพิ่มเติม…