หน้าแรก > แนะนำนักเขียน > ฮะรุกิ มูราคามิ (Murakami Haruki) นิยายเหนือจินตนาการขนานแท้

ฮะรุกิ มูราคามิ (Murakami Haruki) นิยายเหนือจินตนาการขนานแท้

“ในเดือนเมษายน 1978 ตอนที่ผมกำลังดูการแข่งเบสบอลที่สนามจิงกุในโตเกียว แสงแดดส่องจ้า ผมดื่มเบียร์อยู่ และตอนที่เดฟ ฮิลตัน จากทีมยาคุลต์ สวอลโลวส์ตีลูกได้อย่างเยี่ยมยอด ตอนนั้นเองผมก็รู้ว่าผมจะเขียนนิยาย”

นี่คือบทสัมภาษณ์ของนักเขียนที่มีชื่อว่า “ฮะรุกิ มูราคามิ” หรือ “มูราคามิ” นักเขียนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่มีแฟนคลับชาวไทยมากโขอยู่(รวมทั้งผมด้วยอีกคน) เพราะฉะนั้นในบทความนี้ ผมคงไม่เน้นที่จะมาบอกเล่าเรื่องประวัติและผลงานของเขามากนัก นั่นเพราะว่าท่านสามารถหาอ่านได้ทั่วๆไปนั่นเอง(ผมจะลงลิงค์ไว้ให้ในตอนท้ายครับ)

“มูราคามิ” สำเร็จการศึกษาวิชาการละคร ภาควิชาวรรณคดี จากหาวิทยาลัยวาเซดะในกรุงโตเกียว และเริ่มต้นเขียนนิยายเมื่ออายุ 29 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเปิดบาร์เล็กๆ ที่โตเกียวมีชื่อว่า ปีเตอร์ แคท (Peter Cat)
นิยายของเขามักเริ่มด้วยโครงเรื่องง่ายๆ เน้นการจัดวางเรื่องราว สร้างตัวละคร เล่นกับความรู้สึกของตัวละคร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ความพิลึกพิลั่นของเหตุการณ์ต่างๆภายในเรื่องที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวให้ดำเนินต่อไปได้ และเพราะมูราคามิชอบดนตรีและเป็น(เคยเป็น)เจ้าของบาร์แจ๊ส นิยายของเขาจึงมักมีเกร็ดดนตรี รวมถึงเรื่องราวของดนตรีเกี่ยวเนื่องอยู่เสมอ เหล่านี้ทำให้นิยายของเขาแตกต่างจากนักเขียนท่านอื่นๆ และทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น และนับตั้งแต่นิยายเรื่อง “Norwegian Wood” (มีชื่อไทยว่า “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย”) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1987 และมียอดขายถล่มทลายในญี่ปุ่น หลังจากนั้นนิยายของเขาก็ถูกแปลและตีพิมพ์ในประเทศต่างๆมากขึ้น และทำให้มูราคามิเป็นที่รู้จักในวงการวรรณกรรมโลกในที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่พิสูจน์ถึงความสามารถของเขาก็คือ มีนิยายของนักเขียนในเอเชียจำนวนไม่มากนักหรอก ที่มีผลงานแปลเป็นภาษาอังกฤษและมีบทวิจารณ์ใน “เดอะไทม์” รวมถึงได้รับเกียรติขึ้นบรรยายในมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศด้วย มูราคามิจึงถือว่าเป็นนักเขียนระดับตำนานคนหนึ่งของเอเชียเลยทีเดียว

ผมได้มีโอกาสอ่านนิยายของมุราคามิครั้งแรกก็เรื่อง “Hear the Wind Sing” หรือมีชื่อไทยว่า “สดับลมขับขาน” ซึ่งเป็นนิยายเล่มแรกของเขาด้วย และมูราคามิก็เหมือนนักเขียนอีกหลายๆท่าน ที่ไม่ค่อยชอบนิยายเรื่องแรกของตัวเองเท่าไหร่ เพราะคิดว่าทำได้ไม่ดี และแม้ว่าผลงานชิ้นนั้นจะได้รับรางวัที่หนึ่งด้วยก็ตาม(รางวัลนักเขียนหน้าใหม่ของนิตยสารกุนโซ ครั้งที่ 23 ปี 2524) แต่นิยายเรื่องนี้ทำให้ผมติดตามผลงานอื่นๆของเค้าต่อมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งในความรู้สึกของผม มูราคามิ ยังให้ความรู้สึกที่เป็นมูราคามิในผลงานของเขาอยู่ตลอด

ผมเคยแนะนำนิยายของมูราคามิให้เพื่อนคนหนึ่งอ่าน เขาถามผมว่าเป็นนิยายแนวไหนหรือ? มันเป็นคำถามที่ผมตอบไม่ได้ในวินาทีนั้น ผมคิดอยู่สักพักแล้วตอบไปว่า “ทุกแนว” แล้วเพื่อนผมก็ขำ ซึ่งผมก็ยังยืนยันคำพูดในวันนั้นอยู่ เพราะนิยายของมูราคามิ เป็นส่วนผสมของวัตถุดิบหลายๆแนว แต่อย่างไรก็ตามงานส่วนใหญ่ของเขามักเป็น Fiction ซึ่งหมายถึง นิยายที่เหนือจริง (ซึ่งจะต่างจาก Novel ซึ่งหมายถึง นิยายที่เป็นเรื่องจริง) และในกรณีนี้งานของเขาอาจเข้าข่ายลักษณะ Surrealism ซึ่งหมายถึงศิลปะที่เหนือจริง บางครั้งเรื่องราวก็ผสมผสานกันระหว่างเรื่องจริงและเหนือจริง(magical realism) แต่ก็เป็นส่วนผสมระหว่างกันที่ลงตัวครับ ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง “The Wind-Up Bird Chronicle (บันทึกนกไขลาน…)” ที่เทคนิคดังกล่าวก่อให้เกิดเหตุการณ์พิลึกพิลั่นและช่วยขับเคลื่อนนิยายของเขาตั้งแต่ต้นจนจบ แต่อย่างไรก็ตามมูราคามิ ยังมีบทความที่เกี่ยวกับการเดินทางและเรื่องทั่วๆไปอีกมาก เพราะเขาเป็นคนชอบเดินทางและชอบวิ่งนั่นเอง(มูราคามิ มีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับการวิ่งด้วย)

ส่วนใหญ่แล้วงานของมูราคามิ ต้องอาศัยจินตนาการในการอ่านบ้างและแม้งานบางส่วนจะเกิดมาจากการสร้างสรรค์และใช้จินตนาการ แต่ก็มีส่วนที่เป็นเรื่องราวแบบโรแมนติกให้เราได้อ่านบ้าง ว่ากันว่าคนที่อ่านงานของมูราคามิ ถ้าชอบก็จะชอบมากไปเลย ส่วนถ้าไม่ชอบก็เกีลยดไปเลย ซึ่งผมว่ามันก็สมเหตุสมผลกับสิ่งที่ผมอธิบายมาทั้งหมด เพราะงานของมูราคามิเป็นเรื่องราวที่มาจากจินตนาการเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามมูราคามิก็มีงานเขียนที่อิงกับความเป็นจริงอยู่บ้าง ซึ่งเขาก็ทำได้ดี ดังเช่น “What I Talk About When I Talk About Running” หรือชื่อไทยคือ “เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง” ที่ได้รับคำวิจารณ์จากทั้ง The New York Times, The Los Angeles Times และ The Times นอกจากนี้มูราคามิยังมีนิยายที่เกี่ยวข้องกับสังคม ศาสนา รวมถึงวัฒนธรรม(ญี่ปุ่น) อีกหลายเล่ม ซึ่งผมคิดว่าท่านที่เคยอ่านงานของเขาแล้วคิดว่าอ่านยาก ลองหางานสไตล์อื่นของเขามาอ่านอีกครั้งสิครับ มันจะทำให้ท่านเปลี่ยนมุมมองกับงานของเขาไปอีกมากทีเดียว

ผลงานล่าสุดของมูราคามิคือ 1Q84 ซึ่งยังคงเป็นงานเขียนสไตล์มูราคามิเหมือนเดิม แต่เป็นงานเขียนเรื่องยาวเรื่องแรกของเขาที่ใช้เวลาเขียนถึงสองปี มีสามเล่มจบ ฉบับแปลไทยเพิ่งแปลได้สองเล่ม และกำลังแปลเล่มที่สามอยู่ ผลงานเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นที่จับตามมองของวงการวรรณกรรม เนื่องจากมูราคามิปิดเงียบรายละเอียดทั้งหมดของนิยายมาโดยตลอด และไม่มีเรื่องย่อใดๆให้อ่าน แต่นั่นกลับทำให้ยอดขายของ 1Q84 ไม่ได้น้อยกว่าผลงานอื่นๆของเขาเลย และยังเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ทั้งในประเทศ(ญี่ปุ่น) และต่างประเทศอีกด้วย

เป็นเรื่องปกติสำหรับวรรณกรรมคุณภาพ ซึ่งมักจะถูกนำไปสร้างเป็นทั้งละครและภาพยนต์แม้กระทั่งงานของมูราคามิ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วงานของเขาจะเป็นงานดัดแปลงมากกว่าที่จะนำเสนอแบบโต้งๆ แบบว่าได้แรงบันดาลใจอะไรแบบนั้น อย่างไรก็ตามงานเขียนที่ถูกนำไปทำเป็นภาพยนต์เลยก็มีอยู่ มิหนำซ้ำยังทำให้ชื่อของมูราคามิ เป็นที่รู้จักในบ้านเรามากขึ้น นั่นก็ คือ“Norwegian Wood” ภาพยนต์ที่มีชื่อเดียวกับงานเขียนที่สร้างชื่อให้เค้านั่นเอง ภาพยนต์เรื่องนี้ออกฉายในปี 2011 นำแสดงโดยนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังของญี่ปุ่น เคนอิจิ มัตสึยาม่า และ ริงโกะ คิคุจิ และก็ถูกวิจารณ์ซะยับว่าผู้กำกับเข้าไม่ถึงบทประพันธ์ จึงทำให้เรื่องราวผิดเพี้ยนไปจากตัวนิยายที่มูราคามิเขียนไว้(แต่ก็ยังมีกลิ่นของมูราคามิอยู่บ้าง) อย่างไรก็ตามผมคิดว่ากลับเป็นเรื่องดีเสียอีก ที่ทำให้เราได้เห็นว่า มุมมองของผู้อ่านแต่ละคนไม่ได้เหมือนกันเสมอไป และทำให้งานเขียนของมูราคามิได้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างของเรื่อง “Norwegian Wood” คลิกด้านล่าง

ใบปิดภาพยนต์ที่มีสองดาราดังของญี่ปุ่น

สิ่งที่ผมได้จากงานของมูราคามิอีกอย่างคือ ความเข้าใจโลกที่วุ่นวายแห่งนี้ และแม้จะเป็นเรื่องเหนือจริง หรือเรื่องธรรมดาแค่ไหน มูราคามิก็สามารถชี้ให้เห็นอะไรหลายๆอย่างในโลกซึ่งปกติเรามองไม่เห็น หรือไม่เคยสังเกตมาก่อน รวมถึงข้อคิดดีๆที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ (ถ้าท่านอ่านมันอย่างเข้าใจและเปิดกว้างพอ) ที่สำคัญสำนักพิมพ์ฉบับแปลไทย ก็ใจดีนะครับ บางเล่มมีตัวอย่างให้เราได้ลองอ่านก่อนด้วย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ กลับไม่ใช่ทั้งหมดที่มีเกี่ยวกับมูราคามิ ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเดิมเกี่ยวกับมูราคามิ และนิยายที่น่าสนใจรวมถึง เรื่องสั้น และบทความฉบับแปลไทยได้จากลิงค์ด้านล่าง ซึ่งนิยายในฉบับแปลไทยนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สนุกนะครับเพราะทีมงานและผู้แปลเป็นแฟนพันธุ์แม้มูราคามิทั้งนั้น

http://en.wikipedia.org/wiki/Haruki_Murakami
http://th.wikipedia.org/wiki/ฮะรุกิ_มุระกะมิ

ข้อมูลนิยายของมูราคามิฉบับแปลไทย บางเล่มมีตัวอย่างให้ลองอ่านด้วย
http://www.gammemagie.com/

สุดท้ายผมต้องยอมรับเลยว่า ไม่เคยอ่านงานของมูราคามิแบบทีเดียวจบครับ ชอบแบบอ่านไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่เบื่อๆกับนิยายแนวปกติน่ะครับ หรือค้นหาอะไรสักอย่างอยู่(ไม่ใช่ว่าเอาไว้แก้ขัดแต่อย่างใดครับ) ยิ่งไปกว่านั้น บทสัมภาษณ์ด้านบนสุดของ มูราคามิ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเริ่มต้นทำบล็อคนี้อีกด้วยครับ ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ
-Dan

Thanks for all information from:
– latimesblogs.latimes.com
http://www.gammemagie.com
– en.wikipedia.org
– th.wikipedia.org

Advertisements
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. พฤษภาคม 5, 2015 ที่ 9:43 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: