Archive

Archive for พฤษภาคม, 2012

หลง(Deal breaker) – ไมรอน โบลิทาร์ซีรี่ส์ 1 : Review

ผมเคยเขียนถึง โคเบนไว้ครั้งหนึ่งแล้วในหมวดแนะนำนักเขียน แต่ไม่ได้พูดถึงนิยายชุดไมรอน โบลิทาร์(A Myron Bolitar novel) ในแบบที่เฉพาะเจาะจงมากนัก นั่นเพราะผมตั้งใจจะมาเขียนรีวิวในอ่านกันอีกทีนั่นเองครับ

Deal breaker เป็นนิยายเล่มที่สามของโคเบน แต่เป็นนิยายเล่มแรกในนิยายชุดไมรอน โบลิทาร์ และมีชื่อในฉบับแปลไทยว่า “หลง” โดยตัวเอกของเรื่องมีชื่อว่า ไมรอน โบลิทาร์ อดีตนักบาสเกตบอลดาวรุ่งที่ผันตัวมาเป็นตัวแทนนักกีฬา นิยายเล่มนี้ถือว่าเป็นนิยายเปิดตัวของ โคเบน และทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักทั้งในวงการนักอ่านและนักเขียนนิยายด้วยกันเอง เนื่องจากนิยายสองเล่มแรกของเขาคือ  Play dead(แกล้ง) และ Miracle Cure (ณ เวลานี้ยังไม่มีฉบับแปลไทยนะครับ) นั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนัก อย่างไรก็ตามสาเหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ Deal breaker ประสบความสำเร็จมากกว่านิยายสองเล่มแรกนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่านิยายเรื่องนี้สามารถคว้ารางวัลแอนโทนี่*(Antony award) ได้ในปีค.ศ. 1996 ในหมวดนิยายฉบับปกแข็ง(ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลดั้งเดิมของรายการนี้) และมีชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็ดการ์*(Edgar award) อีกรางวัลหนึ่งด้วยครับ

อ่านเพิ่มเติม…

หมวดหมู่:Book's review ป้ายกำกับ:, ,

ทอม แคลนซี(Tom Clancy) : เจ้าพ่อนิยายสงครามสไตล์เทคโนทริลเลอร์

Tom ClancyTom Clancyหากเอ่ยถึงชื่อของ ทอม แคลนซี(Tom Clancy) ในบ้านเราแล้วเหล่าเกมส์เมอร์คงร้องอ๋อ เพราะมีเกมจำนวนเป็นโหลที่ใช้ชื่อนี้ แล้วตามท้ายด้วยอะไรสักอย่าง ซึ่งสำหรับผมเกมที่เคยเล่นและใช้ชื่อนี้ก็น่าจะเป็น ทอม แคลนซี เรนโบว์ซิก(Tom Clancy’s Rainbow Six) ครับ และนั่นก็นานมากแล้ว แต่สำหรับเหล่านักอ่านชาวไทยแล้วชื่อของ ปู่ทอม อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่นัก เพราะตลาดของนิยายฉบับแปลไทยของปู่ทอมที่แปลโดยคุณ สุวิทย์ ขาวปลอด (ผมไม่แน่ใจนักเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด)ไม่ได้แพร่หลายในระดับที่เรียกว่า mass market ซึ่งก็หมายถึงการผลิตคราวละมากๆ และเป็นตลาดใหญ่ในบ้านเราครับ โดยหนังสือจะขายให้กับลูกค้าทุกคนเหมือนกันหมดครับโดยเน้นที่ราคาถูก และนานๆทีก็จะมีฉบับปกแข็งออกมาขายบ้าง ซึ่งไอ้ตลาดที่ทำนานๆที่นี่แหล่ะครับเค้าเรียกว่า  nice market ที่จะเน้นการขายเฉพาะกลุ่มหรือตามกระแสนิยม และจะผลิตในจำนวนที่ไม่มาก โดยอาจพิจารณาจากจำนวนกลุ่มผู้ซื้อเป็นหลักเพื่อไม่ให้เกิดสินค้าคงคลังมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ขาดทุน เนื่องจากหนังสือมันมีอายุครับ เก็บไว้ได้สักพักก็มีเหลืองบ้าง บวมบ้าง อะไรบ้าง ราคาก็จะตกสำนักพิมพ์หรือตัวแทนจำหน่ายก็จะเอามาขายลดราคาให้เรา นานๆวันเข้าก็อาจจะต้องทิ้ง เพราะหนังสืออาจเสื่อมสภาพไปเลย อันนี้ก็เป็นสัจธรรมของโลกครับ

อ่านเพิ่มเติม…

เดวิด บัลดัคซี (David Baldacci) : นิยายจารกรรมสายลับ-ทฤษฎีสมคบคิด

พฤษภาคม 12, 2012 ใส่ความเห็น

เดวิด บัลดัคซี (David Baldacci) เป็นนักเขียนนิยายรูปหล่อ(เคยติดอันดับในนิตยสาร People) คนหนึ่งที่หนังสือของเขาขึ้นแท่นหนังสือขายดีของ “เดอะไทมส์” บ่อยๆ  ล่าสุดก็มีทั้ง ZERO DAY, THE SIXTH MAN และ THE INNOCENT โดยเฉพาะในหมวด Hardcover Fiction ที่ THE INNOCENT  นิยายเล่มล่าสุดของเขาที่ได้ขึ้นไปจนถึงลำดับที่ 3  ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เดวิด บัลดัคซี เป็นนักเขียนคุณภาพคนหนึ่งของวงการเลยทีเดียว

แม้ในบ้านเรานักอ่านบางท่านอาจไม่เคยได้ยินชื่อของเขา แต่ในอเมริกาชื่อชั้นของ เดวิด บัลดัคซี หาได้ด้อยกว่านักเขียนท่านอื่นๆที่ผมเคยแนะนำมาเลยสักนิดครับ  บัลดัคซี จบมหาวิทยาลัยทางด้านกฏหมาย จากมหาวิทยาลัยเวอจิเนียร์ ซึ่งหลังจากจบการศึกษาเขาก็ไม่ได้เริ่มต้นอาชีพนักเขียนเลยทันที แต่กลับเดินหน้าเก็บประสบการณ์ทางด้านกฏหมายเป็นเวลาถึง 9 ปี ในระหว่างนั้น บัลดัคซี ได้ใช้เวลาว่างในการเขียนเรื่องสั้นและบทภาพยนต์บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จากนั้นเขาจึงหันเหตัวเองมาลองเขียนนิยาย และใช้เวลาถึง 3 ปีในการเขียนนิยายเล่มแรกที่มีชื่อว่า  “Absolute Power” ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี 1996 และที่สุดแล้วนิยายเล่มนี้ก็กลายเป็นหนังสือระดับ international best seller (ผมเรียกว่า “นิยายขายดีระดับโลก”) และส่งให้  เดวิด บัลดัคซี มีเสียงในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม…

แคมี การ์เซีย – มาร์กาเรต สโตห์ล : หนังจากนิยายเรื่อง Beautiful Creature (จันทราลิขิตและนิมิตจันทรา)

พฤษภาคม 11, 2012 ใส่ความเห็น

ช่วงนี้กระแสการนำนิยายมาสร้างเป็นภาพยนต์ กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นแนวโรแมนติก สืบสวนสอบสวน แฟนตาซี วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่แนวสยองขวัญก็มี ซึ่งจริงๆแล้วในวงการภาพยนต์ได้มีการนำนิยายมาทำเป็นภาพยนต์กันอยู่แล้ว เรื่อยๆ ซึ่งจะมีการเป็นการดัดแปลงเนื้อหา หรือย่อเนื้อเรื่องให้เหมาะสำหรับการทำเป็นภาพยนต์  โดยส่วนใหญ่แล้วนิยายที่ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนต์จะเป็นนิยายที่ขายดี หรือขายดีแบบถล่มทลายในทวีปอเมริกาเป็นหลัก

“Beautiful Creature”  เป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งซึ่งกำลังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์ โดยผมคิดว่าทางผู้สร้างคงคาดหวังว่า “Beautiful Creature” จะประสบความสำเร็จอย่างเช่นที่นิยายเรื่อง  “Twilight” ได้ทำเอาไว้ เพราะมีธีมคล้ายกัน ทั้งในแง่ของแฟนตาซีและอีโรติก ซึ่งช่วงนี้กระแสนิยายอีโรติกในอเมริกากำลังมาแรง(นิยายอีโรติกเรื่อง  Fifty Shades of Grey ขายดีมากในอเมริกาและสามารถรั้งอยู่ในอันดับหนึ่งของเดอะไทมส์ มาหลายสัปดาห์แล้ว)  แต่ความแน่นอนคือไม่แน่นอน ปัจจัยที่จะทำให้ภาพยนต์ขายได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวนิยายเท่านั้น ยังขึ้นอยู่กับ บทภาพยนต์ ตัวแสดง ผู้กำกับ ดนตรีประกอบ หรือแม้กระทั่งการโปรโมตด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้คงต้องไปลุ้นเอาตอนหนังออกฉายอีกที หนังจะกำกับโดยริชาร์ด ลากราเวนีส  จากเรื่อง P.S. I Love You และน่าจะมีโปรแกรมฉายในปี 2013

อ่านเพิ่มเติม…

นิโคลัส สปาร์กส์ : หนังจากนิยายเรื่อง The Lucky One(ลิขิตฟ้าชะตารัก)

พฤษภาคม 10, 2012 ใส่ความเห็น

The Lucky One ไม่ใช่นิยายเรื่องแรกของ  “นิโคลัส สปาร์กส์” ที่ถูกดัดแปลงออกมาเป็นภาพยนต์ ก่อนหน้านี้นิยายเรื่อง The Notebook และ Dear John ก็ถูกสร้างเป็นภาพยนต์มาแล้ว The Lucky One  มีชื่อเป็นภาษาไทยในเวอร์ชันนิยายว่า “ลิขิตฟ้าชะตารัก”  (ได้ยินชื่อเรื่องแล้วบางคนอาจหวานจนเลี่ยนไปเลยทีเดียว) และเป็นนิยายที่เคยขึ้นถึงอันดับหนึ่งใน เดอะไทม์ และยังคงอยู่ในอันดับหนังสือขายดีของเดอะไทม์ในเวลานี้

ตัวหนังได้ แซ็ค แอฟรอน มารับบทตัวเอกของเรื่อง ในบททหารที่รอดตายเพราะภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งในสนามรบ เมื่อกลับมาจึงได้ตามหาผู้หญิงคนนั้นจนพบ และพยายามหาทางอยู่ใกล้เพื่อพิชิตใจหญิงสาว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อฝ่ายหญิงได้รู้ความจริงเข้าว่า เหตุใดพระเอกของเราจึงตามหาเธอก็เกิดเรื่องยุ่งๆขึ้น

ผมได้อ่านนิยายในฉบับภาษาไทยแล้ว ตัวนิยายถือว่าสนุกดีครับไม่ได้เป็นนิยายโรแมนติกซะทีเดียว นิโคลัสเพิ่มความซับซ้อนของเงื่อนรักระหว่างตัวละครได้ดี(ตามสไตล์ของเขา) เล่นเอาคนอ่านลุ้นกันสนุกทีเดียว ผมว่าคนที่ไม่เคยอ่านนิยายโรแมนติกน่าจะลองหามาอ่าน ส่วนขาประจำก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านเพิ่มเติม…

ลานละเลงเลือด (Killing Floor) : Review

ลานละเลงเลือด (Killing Floor) : Review

ลี ไชลด์ (Lee Child) สูง 6 ฟุต 5 นิ้ว และนั่นเป็นความสูงเดียวกับ แจ็ค รีชเชอร์(Jack Reacher)  ฮีโร่พเนจรในอาชญนิยายชุดแจ๊ค รีชเชอร์ที่สร้างชื่อให้กับเขา โดยมี  “ลานละเลงเลือด” หรือ “Killing Floor” เป็นนิยายเล่มแรก ของนิยายชุดนี้ และเป็นที่ทราบกันดีว่า ลีไชลด์ สร้าง แจ๊ค รีชเชอร์ จากคาแรคเตอร์ของนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังสามคนคือ คลินต์ อีสต์วูด, เมล กิบสัน และบรูซ วิลลิส นิยายต้นฉบับถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1997(14 ปีที่แล้ว) และได้เข้าชิง 4 รางวัลคือ Anthony Award, Barry Award,  Dilys Award และ Macavity Award โดยสองรางวัลแรกได้รางวัลชนะเลิศ และสามารถขึ้นสู่อันดับ #1 ในลำดับหนังสือขายดีของ “เดอะไทม์” ด้วย ทำให้นิยายเรื่องนี้ดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียวในเวลานั้น

“ลานละเลงเลือด” เป็นเรื่องราวของอดีตสารวัตรทหารที่ถูกปลดประจำการชื่อ “แจ็ค รีชเชอร์” ซึ่งคิดที่จะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ หลังจากที่ต้องประจำการทางการทหารอยู่ในต่างประเทศมาตลอด เขาจึงคิดที่จะเดินทางไปในอเมริกาโดยหวังว่าถ้าระหว่างทางถ้ามีสถานที่ใดอยู่ใกล้เคียงและน่าสนใจเขาก็จะแวะพักชมทัศนียภาพซะหน่อย อย่างไรก็ดีรีชเชอร์มักเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางบ้าง หรือเดินเท้าบ้าง และไม่พกเอกสารใดๆ ติดตัว (แม้แต่เสื้อผ้าเค้ายังใส่แล้วทิ้ง) รีชเชอร์ไม่มีงานทำแน่นอนและยังชีพด้วยเงินบำนาญเท่านั้น(ทำให้ในเล่มต่อๆไปเค้าต้องไปหารายได้เสริม)  ส่วนใหญ่แล้วรีชเชอร์อาศัยอยู่ตามโรงแรม(motel) และไม่มีที่อยู่แน่นนอน

เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อรีชเชอร์นั่งรถผ่านเมืองที่เขาเคยได้ยินพี่ชายของเขาพูดถึงนักกีตาร์ระดับตำนานที่ชื่อว่า “ไบลด์ เบลค”  ซึ่งมีอันมาต้องจบชีวิตที่เมืองนี้ (และไบลด์ เบลค ถูกนำมาเป็นตัวคลายปมในหลายประเด็น) แต่หลังจากที่เดินเท้าเข้าเมืองได้ไม่เท่าไหร่ รีชเชอร์ก็ถูกจับทันที ในข้อหาฆาตรกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกับบริเวณที่เข้าเดินผ่าน (โดยมีพยายานอ้างว่าพบเห็นเค้าในบริเวณนั้น) ซึ่งดูเหมือน รีชเชอร์ ดันมาอยู่ผิดที่ผิดทาง และเรื่องราวใน “ลานละเลงเลือด” ก็เริ่มต้นขึ้น…..

อ่านเพิ่มเติม…

เปิดกล่องอาฆาต (Heart-Shape Box) : Review

พฤษภาคม 1, 2012 ใส่ความเห็น

เปิดกล่องอาฆาต (Heart-Shape Box) : Review

“ประกาศขายวิญญาณ” เขาควักเงินซื้อแทบจะในทันที สุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นเพียงแค่สูทในกล่องรูปหัวใจ เขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้เขาต้องเผชิญกับเรื่องราวสั่นประสาทไม่รู้จบ

Heart-Shape Box หรือ เปิดกล่องอาฆาต เป็นผลงานลำดับที่สองของนักเขียนที่ชื่อ “โจ ฮิล” (ซึ่งผมเคยแนะนำเอาไว้เลยต้องมาสานต่อให้จบ) เหตุผลที่ผมแนะนำนิยายเล่มนี้ก็เพราะกรอบความคิดของนิยายเรื่องนี้มันน่าสนใจดีครับ  โจ ฮิล หรือ โจเซฟ ฮิลสตรอม คิง คือลูกชายของ สตีเฟนคิง เจ้าพ่อนิยายสยองขวัญและเป็นนักเขียนชื่อดังคนหนึ่งของอเมริกา ซึ่งโจเองก็พยายามที่จะออกจากเงาของพ่อด้วยการที่ไม่ใช้ชื่อจริงในงานของเขาครับ นิยายต้นฉบับถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2007  และชนะเลิศรางวัลนักเขียนนิยายสยองขวัญหน้าใหม่(First Novel winner in Bram Stoker Award 2007) รวมทั้งตัวนิยายในฉบับปกแข็ง(Hard cover) ของเขาก็เคยขึ้นถึงอันดับที่ #8 รวมถึงมีบทวิจารณ์ใน “เดอะไทม์” ด้วยครับ

อ่านเพิ่มเติม…