หน้าแรก > Book's review > หลง(Deal breaker) – ไมรอน โบลิทาร์ซีรี่ส์ 1 : Review

หลง(Deal breaker) – ไมรอน โบลิทาร์ซีรี่ส์ 1 : Review

ผมเคยเขียนถึง โคเบนไว้ครั้งหนึ่งแล้วในหมวดแนะนำนักเขียน แต่ไม่ได้พูดถึงนิยายชุดไมรอน โบลิทาร์(A Myron Bolitar novel) ในแบบที่เฉพาะเจาะจงมากนัก นั่นเพราะผมตั้งใจจะมาเขียนรีวิวในอ่านกันอีกทีนั่นเองครับ

Deal breaker เป็นนิยายเล่มที่สามของโคเบน แต่เป็นนิยายเล่มแรกในนิยายชุดไมรอน โบลิทาร์ และมีชื่อในฉบับแปลไทยว่า “หลง” โดยตัวเอกของเรื่องมีชื่อว่า ไมรอน โบลิทาร์ อดีตนักบาสเกตบอลดาวรุ่งที่ผันตัวมาเป็นตัวแทนนักกีฬา นิยายเล่มนี้ถือว่าเป็นนิยายเปิดตัวของ โคเบน และทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักทั้งในวงการนักอ่านและนักเขียนนิยายด้วยกันเอง เนื่องจากนิยายสองเล่มแรกของเขาคือ  Play dead(แกล้ง) และ Miracle Cure (ณ เวลานี้ยังไม่มีฉบับแปลไทยนะครับ) นั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนัก อย่างไรก็ตามสาเหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ Deal breaker ประสบความสำเร็จมากกว่านิยายสองเล่มแรกนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่านิยายเรื่องนี้สามารถคว้ารางวัลแอนโทนี่*(Antony award) ได้ในปีค.ศ. 1996 ในหมวดนิยายฉบับปกแข็ง(ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลดั้งเดิมของรายการนี้) และมีชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็ดการ์*(Edgar award) อีกรางวัลหนึ่งด้วยครับ

อย่างที่เคยเล่ากันไปแล้วหนหนึ่งนะครับว่านิยายชุดนี้ เป็นนิยายสืบสวนที่ดึงเอาเรื่องราวของกีฬาเข้ามาสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการเล่าเรื่อง โดยไม่ได้เน้นหนักในแง่ของเทคนิคกีฬา แต่เน้นในเรื่องของแรงกดดันในกีฬาประเภทนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นความกดดันในการแข่งขัน, การได้มาซึ่งชื่อเสียงและเงินทอง, ความสามารถของนักกีฬา, ความชิงชังและการชิงไหวชิงพริบระหว่างนักกีฬาด้วยกันเอง รวมถึงแรงกดดันที่มาจากโค๊ชและครอบครัวของนักกีฬาเองด้วย ตัวละครเอกของเรานั้นรับบทบาทเป็นตัวแทนนักกีฬา ที่รับหน้าที่ดูแลนักกีฬาเรียกว่าแทบจะทุกๆด้าน ซึ่งนั่นก็รวมถึงปัญหาชีวิตส่วนตัวของนักกีฬาด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักกีฬาในสังกัดไว้ใจและสามารถดำเนินธุรกิจร่วมกันได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องการต่อสัญญา การติดต่อโฆษณาที่ให้ค่าเหนื่อยสูงๆ หรือแม้กระทั่งงานในวงการบันเทิง ซึ่งตรงนี้จะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากการไปเป็นตัวแทนเจรจาเพื่อเซ็นสัญญาและต่อรองค่าตัว/ค่าเหนื่อยกับทีมกีฬาอาชีพนั่นเอง

โดยปกติแล้วอาชีพตัวนักแทนกีฬาถือว่าเป็นอาชีพที่ทำกันเป็นล่ำเป็นสันกันในอเมริกา เพราะในอเมริกาเค้ามีการคัดตัวนักกีฬาหน้าใหม่(Rookie)ทุกปี โดยมักทำหลังจากที่นักกีฬาจบจากมหาวิทยาลัยและมีดูแล้วมีแวว(ผมหมายถึงความสามารถ) ก็จะมีโอกาสถูกเลือกไปเล่นกับทีมกีฬาอาชีพ ซึ่งหลังจากนั้นนักกีฬาที่ถูกเลือกส่วนใหญ่ ก็จะฝากความหวังไว้กับตัวแทนนักกีฬาเพื่อต้องการลดความยุ่งยากต่างๆและมุ่งที่จะเอาดีทางด้านการแข่งขันเพียงอย่างเดียว โดยตัวแทนนักกีฬาคนนั้นอาจมาจากบริษัทใหญ่หรือตัวแทนอิสระ ซึ่งจำเป็นต้องมีประสบการณ์และพร้อมที่จะสร้างรายได้ให้กับตัวนักกีฬา เพราะส่วนแบ่งของรายได้ตรงนี้จะเป็นรายได้ของตัวแทนนักกีฬาด้วยนั่นเอง  รวมๆแล้วในส่วนของรายละเอียดที่ว่ามาถือเป็นแก่นของเรื่องครับ แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งคือการเล่าถึงประวัติของตัวละครแต่ละตัวที่ผูกโยงกันไว้ ซึ่งเรื่องราวในส่วนแรกจะผูกโยงไปถึงตรงนั้น โดยเฉพาะกับตัวละครหลัก 4 ตัวคือ ไมรอน(ครอบครัว), วิน, เอสเปอร์รันซ่า และคนรักของไมรอน(ตรงนี้ขึ้นอยู่กับโครงเรื่องของแต่ละเล่ม) ซึ่งการเชื่อมโยงและการเฉลยคำตอบก็จะเกิดขึ้นมาจากรายละเอียดในอดีตของแต่ตัวละครในแง่มุมที่ โคเบน อยากนำเสนอ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นจุดที่เราคาดไม่ถึงนั่นเอง

Deal breaker ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 เป็นนิยายที่จัดอยู่ในประเภทนิยายสืบสวน ที่ให้อารมณ์เขย่าขวัญ และเป็นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้กับ โคเบน ในการสร้างสรรแนวทางการเขียนในให้เป็นแบบฉบับของเขาในเวลาต่อมา นิยายเปิดเรื่องด้วยการต่อรองค่าตัวในการเซ็นสัญญาระหว่างไมรอน โบลิทาร์(Myron Bolitar) ตัวเอกของเรื่องซึ่งเป็นตัวแทน(นักกีฬา)ให้กับคริสเตียน สตีล นักอเมริกันฟุตบอลหน้าใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นและสามารถคว้ารางวัลนักเล่นดีเด่นได้ถึงสองปีซ้อนจากการเล่นในลีคมหาวิทยาลัย และกำลังจะเข้าไปเล่นในลีคอาชีพ ซึ่งทีมไททันเป็นทีมที่ได้สิทธินี้ไปและไมรอนกำลังพยายามต่อรองค่าตัวให้กับเขา แต่แล้วการเจรจาก็ต้องยุติลงด้วยเมื่อมีโทรศัพท์สายสำคัญจาก คริสเตียน สตีล ทำให้การเจรจายังถูกยืดออกไป

รูปด้านล่าง กีฬาอเมริกันฟุตบอล เป็นกีฬาที่นิยมเป็นอย่างมากในอเมริกา เริ่มปรากฏครั้งแรกในปี 1869

อย่างไรก็ตามเรื่องราวของนิยายเริ่มต้นขึ้นจริงๆเมื่อ คริสเตียน สตีล หยิบนิตยสาวปลุกใจเสือป่าที่ชื่อว่า นิปส์ ให้กับไมรอน ดูซึ่งโดยรวมแล้วมันก็ดูเหมือนกับนิตยสารสำหรับผู้ชายทั่วๆไปที่มีขายตามแผงหนังสือ ถ้าไม่ใช่เพราะนิตยสารถูกส่งมาให้ คริสเตียน สตีล อย่างตั้งใจทางไปรษณีย์(โดยที่เขาไม่ได้สมัครสมาชิกแต่อย่างใด)และเขายังพบว่ามีรูปของ เคธี คัลเวอร์ อดีตแฟนสาวที่หายสาปสูญอยู่ในหน้าโฆษณาเซ็กโฟน ทำให้ คริสเตียน สตีล รู้สึกเป็นกังวลมากเพราะไม่รู้แน่ชัดว่าใครส่งมา และต้องการอะไร? ซึ่งมันอาจจะทำลายชื่อเสียงของเขาได้โดยเฉพาะผลกระทบกับการได้โอกาสขึ้นไปเล่นในลีคอาชีพ เหตุการณ์หลังจากนั้นไมรอน ก็ได้พบกับ เจสสิกา อดีตคนรักโดยบังเอิญ โดยที่ไมรอนหารู้ไม่ว่าซึ่งแท้จริงแล้วกลับเป็นความตั้งใจของเธอที่ตั้งใจจะพบกับไมรอน เพื่อให้เขาช่วยสืบสวนหาสาเหตุการตายของพ่อ ที่ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้องสาวเธอ เคธี คัลเวอร์ นั่นเอง แค่เริ่มต้นเนื้อเรื่องก็ดูเหมือนเริ่มจะผูกโยงเงื่อนปมต่างๆกันได้แล้วในระดับหนึ่งครับ

ไมรอน และคู่หู วิน หรือ วินเซอร์ ล็อควู้ด ที่สาม เริ่มออกตามหาเบาะแสว่านิตยสารส่งมากไหนและใครเป็นผู้ส่ง ขณะที่เรื่องราวในวงธุรกิจของเขาเองก็ดูจะตึงมือ เมื่อเขาเข้าไปมีปัญหากับมาเฟียระดับบิ๊กที่หันมาเอาดีด้านการเปิดบริษัทตัวแทนนักกีฬา และเคยสร้างสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับนักกีฬาหน้าใหม่ที่อยู่ในสังกัดของเขา(ไมรอนได้เซ็นสัญญาใหม่อย่างถูกต้องแล้ว) แต่ปัญหาก็ดูเหมือนจะค่อยคลี่คลายไปในทางที่ดี เมื่อมี วิน ผู้ที่มีทักษะทางการต่อสู้ที่ร้ายกาจ ร่ำรวย ฉลาด และเป็นที่รู้จักในสังคมชั้นสูง ผู้ซึ่งดีพร้อมในแทบจะทุกๆด้าน แต่กลับมีนิสัยประหลาดและลึกลับ คอยช่วยเหลืออย่างลับๆ และในตอนนี้ไมรอน ก็ได้ร่วมมือกับ เจสสิกา ในการสืบหาเบาะแสเพิ่มเติม และหลักฐานต่างๆก็ดูเหมือนว่าจะนำไปสู่ผู้ต้องสงสัยที่ดูแล้วเหมือนจะไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากตัวเขาและเธอ ยิ่งเข้าใกล้ตัวคนร้ายเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอันตรายเพิ่มมากขึ้น เรียกว่าทำเอาคนอ่านหายใจหายคอกันไม่ทันเลยทีเดียว และในขณะเดียวกันที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น

ตัวละครอีกตัวที่ดูเหมือนจะมีบทบาทพอสมควรคือ แอสเปอรันซ่า เลขาคนสวยอดีตนักมวยปล้ำหญิงของไมรอน ที่ดูเหมือนจะมีความรู้สึกต่อกันเกินกว่าที่เห็นโดย แอสเปอรันซ่า คอยทำหน้าที่ในการดูแลงานที่บริษัทตัวแทนนักกีฬาของไมรอน ที่ชื่อว่า “เอ็มบี สป็อต เร็ป” รวมถึงช่วยในการหาข้อมูลต่างในการตามหาตัว เคธี คัลเวอร์  และมีส่วนช่วยในการสืบหาหลักฐานในงานสืบสวนครั้งนี้อย่างคาดไม่ถึงด้วย  เรื่องราวเปรียบเสมือนการส่งคบไฟกันเป็นทอดๆท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก ตัดฉากไปมาโดยมีไมรอน เชื่อมโยงทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน และเมื่อหลักฐานพร้อม ไมรอน ก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและค่อยๆเฉลยปัญหาที่ผูกไว้ในตอนแรกอย่างแยบยล เรื่องราวดูจบไปด้วยดีหลังจากที่ไมรอน ได้หลักฐานระบุตัวคนร้ายครบแล้ว แต่นั่นกลับไม่ใช่คำตอบ เพราะไมรอนพบว่าสิ่งที่ทำให้ เคธี คัลเวอร์ หายตัวไปกลับไม่ใช่ฆาตรกร โคเบน ผูกเงื่อนของปัญหาสะท้อนชีวิตในสังคมอเมริกัน ให้เข้ากับนิยายของเขาได้อย่างแยบยล จนเราไม่รู้สึกว่ากำลังอ่านนิยายอยู่เลย แต่เหมือนกำลังอ่านข่าวอาชญากรรมมากว่า เพราะเรื่องราวที่ดูสมจริงและไม่ไกลตัวนักนั่นเอง

สำหรับผมแล้ว โคเบน ขายทั้งนิยายและคาแรคเตอร์ครับโดยเฉพาะไมรอน ชายหนุ่มอดีตนักกีฬาบาสเก็ตบอลหน้าตาดี ที่ชอบกินเครื่องดื่มยู้ฮู้และยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่(จริงๆแล้วทั้งสองคนนี้ก็ถูกพาดพิงพอสมควร) นิยมใช้ความคิดในการหาเหตุผลต่างๆ และไม่นิยมใช้กำลังถ้าไม่จำเป็น ส่วนวิน ก็คือชายหนุ่มรูปงาม มีชาติตระกูล ฉลาด นิยมความรุนแรง(ออกจะซาดิสต์เล็ก) และไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา ยกเว้นแต่เพื่อนรักของเขา ไมรอน และเป็นตัวช่วยคนสำคัญของไมรอน ส่วน แอสเปอรันซ่า  ก็ค่อนข้างจะเป็นสาวทรงเสน่ห์แต่แลดูเข้มแข็ง ดูจะเป็นที่พึ่งให้ไมรอนได้ และสำหรับ เจสสิกา นั้นเธอก็คือสาวสวยหยาดเยิ้มที่ทั้งฉลาด และซับซ้อนซึ่งไม่แปลกเลยที่จะทำให้ไมรอน รักเธอเหลือเกิน (แต่ทั้งวินและแอสเปอรันซ่ากลับไม่ชอบเธอนัก) ซึ่งเมื่อเนื้อเรื่องเข้มคนบวกกับตัวละครที่ทำคนอ่านรักได้ในเวลาไม่นานมารวมกัน นิยายจึงไม่ได้ดูน่าเบื่อเลย ผมว่าออกแนวฮีโร่นิดๆด้วยซ้ำ(พระเอกเก่งเกิ้นอะไรแบบนั้น) แต่ก็นั่นแหล่ะโคเบนมักนำเรื่องราวแต่หนหลังมาเสริมจุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างหมดจด

ด้านล่างเป็นรูปเครื่องดื่มยู้ฮู้(Yoo-hoo drink) เครื่องดื่มช็อกโกแลตสำเร็จรูปที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมของเด็กๆในอเมริกาและเป็นเครื่องดื่มโปรดของไมรอน

ต้องบอกว่าตอนผมอ่านนิยายเรื่องนี้จบครั้งแรกนั้นสนุกมาก เพราะรู้สึกว่าได้อ่านอะไรใหม่ๆสดๆ จากพล็อตของนิยายสืบสวนที่เกี่ยวกับกีฬา แต่ถ้าหากคุณเคยอ่านงานของโคเบน มาก่อนล่ะก็คงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร อย่างไรก็ตามผมคิดว่างานของเขาก็ไม่ใช่ว่าจะเดาได้ง่ายดายอะไร อย่างที่หลายๆท่านบอก แต่เป็นงานที่ชวนเดามากกว่าครับ และเนื้อเรื่องก็ไม่ได้เยิ่นเย้อจนทำให้รู้สึกเบื่อ จึงค่อนข้างดึงอารมณ์ได้พอสมควรและทำให้คนอ่านเปิดอ่านได้เรื่อยๆ เพราะนิยายนั้นเล่มไม่ได้หนามากมายอะไร ผมก็รู้สึกดีที่นิยายยังมีภาคต่อครับ แต่ที่ผมจะบ่นก็คงเหมือนกับที่แฟนๆนักอ่านชาวไทยของโคเบนที่บ่นกันก็คือมุขแบบอเมริกันที่ไม่ค่อยจะขำเอาซะเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อของเขาเองที่ดันไปพ้องกับคำที่แปลว่า ” คนปัญญาอ่อน” (Moron,โมรอน)  หรือมุขเรื่องข้าวโอ๊ตที่อ่านแล้วก็งงๆ กันไปตามระเบียบ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนไปเป็นมุขไทยๆ คนแปลอาจจะโดน…ได้ ก็ปล่อยไว้ให้มันคลาสสิกอย่างนี้แหล่ะ อย่างอื่นก็ถือว่าดีครับ

ชื่อนิยายต้นฉบับ Deal breaker แปลหมายถึง การยกเลิกสัญญาอะไรทำนองนั้น และในส่วนของภาษาไทยที่ใช้ชื่อว่าหลง นั่นก็น่าจะหมายถึง การสืบสวนที่หลงประเด็นของไมรอน ในการหาตัวผู้ร้ายในตอนแรกครับ ซึ่งก็หลงไปหลายครั้งกว่าจะรู้ว่าผู้ร้ายคือใคร ซึ่งก็เป็นทริคในการเขียนในแบบฉบับของโคเบนนั่นเอง

ด้านล่างเป็นรถฟอร์ทอรัสรุ่นปี 96 ครับเป็นรถของไมรอน ส่วนอีกรูปเป็น จากัวร์เอ๊กเจอาร์ปี 96 เข่นกันซึ่งเป็นรถของวิน

ด้านล่างเป็นรูปปกเวอร์ชันใหม่ของนิยาย(2ed.)

คะแนน: 9/10

ข้อมูลเบื้องต้น
ชื่อไทย: หลง
ชื่อต้นฉบับ: Deal breaker
ประเภท: Crime&Detective Fiction – Thriller (อาชญนิยายสืบสวนสอบสวน อารมณ์เขย่าขวัญ)
ลิขสิทธิ์สำพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์
ผู้จัดจำหน่าย: อมรินทร์บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
จำนวนหน้า: ฉบับแปลไทย 323 หน้า, 2ed.
ปีที่พิมพ์: 2548
ผู้เขียน: ฮาร์ลาน โคเบน(Harlan Coben)
ผู้แปล:  อริณี เมธเศรษฐ
เวปไซต์อย่างเป็นทางการ

Appendix

รางวัลแอนโทนี่(Antony award คือ รางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับนักเขียนนิยายแนวสืบสวนชั้นยอด ซึ่งจะจัดให้มีการมอบรางวัลในการประชุมที่มีชื่อว่า The Anthony Boucher Memorial World Mystery  โดยจัดเพื่อเป็นเกียรติแก่ แอนโทนี่ เบาว์เชอร์(Anthony Boucher) นักเขียนนิยายแนวสืบสวนยุคแรกเริ่มและเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมนักเขียนนิยายสืบสวนของอเมริกา(Mystery Writers of America) ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1945 ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนได้แก่ เคลตัน รอลสัน(Clayton Rawson), (แอนโทนี่ เบาว์เชอร์)Anthony Boucher, ลอว์แรนซ์ ทรีท(Lawrence Treat) และ เบรท อัลลิเดย์( Brett Halliday) ทั้งนี้เริ่มมีการจัดให้มีการมอบรางวัลครั้งแรกในปี ค.ศ. 1986 ซึ่งตรงกับการประชุมครั้งที่ 17 อย่างไรก็ตามการจัดการประชุมดังกล่าวไม่ได้กำหนดสถานที่และเวลาแน่นอนโดยอาจขึ้นอยู่กับหัวข้อของการจัดประชุม นอกจากนี้การได้รับรางวัลแอนโทนี่นั้น ยังมีส่วนช่วยสร้างกระแสและยอดขายให้กับหนังสือของนักเขียนด้วย

รางวัลเอ็ดการ์(Edgar Award) หรือ รางวัลเอ็ดการ์ อัลลัน โฟล(The Edgar Allan Poe Awards) คือ รางวัลที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นเกียรติแก่เอ็ดการ์ อัลลัน โฟล(Edgar Allan Poe) นักประพันธ์ชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งนักอ่านมักจะรู้จักเขาจากนิยายแนวสืบสวนและแนวสยองขวัญเป็นส่วนใหญ่  รางวัลเอ็ดการ์มอบให้เพื่อเป็นเกียรติบุคคลในหลายวงการ ได้แก่ วงการนิยาย, หนัง, สารคดี, โทรทัศน์ และละครเวที ซึ่งจะแยกเป็นหมวดต่างๆกันไปแล้วแต่ประเภทของผลงาน โดยจะพิจารณาจากผลงานที่มีการเผยแพร่ในปีก่อนหน้านั้น

Advertisements
หมวดหมู่:Book's review ป้ายกำกับ:, ,
  1. สิงหาคม 4, 2013 ที่ 3:41 am

    รีวิวดีมากจนอยากกลับไปอ่านอีกรอบเลยค่ะ555
    เพิ่งเคยเห็นรูปรถไมรอนหร้าตาคนละเรื่องกับของวินเลย555

    • สิงหาคม 4, 2013 ที่ 12:19 pm

      ขอบคุณครับ มีนิยายสักกี่เรื่องที่เราหยิบมาอ่านไม่รู้เบื่อ

  2. หมอนุ่น
    พฤศจิกายน 17, 2013 ที่ 3:11 am

    ชอบมากๆ ขอบคุงค้าบบบ

    • พฤศจิกายน 18, 2013 ที่ 11:47 am

      หลงเข้ามาเหรอครับ ไม่ค่อยได้ update blog นานแล้ว ยังมีคนหลงเข้ามาอ่าน ดีใจจริงๆ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: