หน้าแรก > แนะนำนักเขียน > ไมเคิล คอนเนลลี่ (Michael Connelly) : อาชญนิยายสืบสวนและสอบสวน ชวนเขย่าอารมณ์(สุดๆ)

ไมเคิล คอนเนลลี่ (Michael Connelly) : อาชญนิยายสืบสวนและสอบสวน ชวนเขย่าอารมณ์(สุดๆ)

ถ้าพูดถึงนักเขียนนิยายสืบสวนและสอบสวน ที่ว่ากันว่าเป็นแถวหน้าของวงการจะต้องมีชื่อของ ไมเคิล คอนเนลลี่ (Michael Connelly) รวมอยู่ด้วยเป็นแน่แท้ คอนเนลลี่ คือนักเขียนมากประสบการณ์คนหนึ่งที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นิยายเรื่อง The Black Echo(เสียงสะท้อนจากความมืด)ที่วางแผงในปี 1992 มาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงมีแฟนคลับนิยายของเขาอยู่ทั่วโลก

คอนเนลลี่ เป็นนักเขียนอาชญนิยายเชิงสืบสวนและสอบสวน ที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงเคียงคู่มากับฮาร์ลาน โคเบน (Harlan Coben)เลยทีเดียว เหตุเพราะทั้งสองคนเปิดตัวในวงการกับนิยายแนวๆเดียวกันในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน (Play dead ของโคเบนวางแผงในปี 1990) นิยายหลายๆเรื่องของทั้งสองคนสามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักอ่านมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามแนวทางการเขียนนิยายของโคเบนและคอนเนลลี่ต่างก็มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างชัดแจ้งและชัดเจนครับ

ไมเคิล คอนเนลลี่ เป็นนักเขียนที่เริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์มาจากอาชีพนักข่าวสายอาชญกรรม อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมาเป็นนักเขียนนิยายเต็มตัวชีวิตในวัยเด็กของคอนเนลลี่ไม่ต่างจากเด็กทั่วๆไปนัก ความสนในนิยายแนวสืบสวนของคอนเนลี่เกิดขึ้นเมื่อเขาอายุได้ 16 ปี เนื่องมาจากแม่ของเขาเป็นแฟนนิยายแนวนี้ และดูเหมือนคอนเนลลี่เองก็จะชอบอ่านนิยายแนวนี้เช่นกัน แต่เขาเองก็ไม่ได้จริงจังมากนัก และไม่ได้คิดที่อยากเป็นนักเขียนมาก่อนด้วยซ้ำ  เพราะครอบครัวของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ทำให้เขาคิดที่จะสานต่องานของครอบครัวมากกว่าและในเวลาต่อมาเขาได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยฟลอริดา (University of Florida) ในคณะ Building-trade

แต่อย่างไรก็ตามเหมือนโชคชะตาต้องการให้เขาทำในสิ่งที่เขาควรจะทำเมื่อคอนเนลลี่ได้มีโอกาสชมภาพยนต์ของโรเบิร์ต อัลแมน(Robert Altman)  เรื่อง The Long Goodbye(หนังมีชื่อไทยว่า “ไปไม่กลับ” )  เขาก็รู้สึกประทับใจและรู้สึกสนใจความเป็นมาของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ภายหลังเขาได้หาข้อมูลและได้ทราบว่า The long goodbye สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของ เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์(Raymond Chandler) โดยในเรื่องมีนักสืบที่ชื่อฟิลิป มาร์โลว์เป็นตัวเอก เนื้อเรื่องนั้นไม่ได้มุ่งแต่หาตัวคนกระทำผิดเหมือนนิยายเรื่องอื่นๆเท่านั้น แต่มีเรื่องราวของความเป็นเหตุเป็นผล และความขัดแย้งของสังคม (ซึ่งตรงนี้มีผลเป็นอย่างมากต่องานของคอนเนลลี่ในยุคแรกๆ)  ปัจจุบันงานของแชนด์เลอร์เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนที่เข้าขั้นตำนานไปแล้ว และเป็นแรงผลักดันให้คอนเนลลี่ตามอ่านนิยายสืบสวนสอบสวนเก่าๆ ไล่ตั้งแต่ยุค 50 เป็นต้นมา

หลังจากที่คอนเนลลี่ทุ่มเวลาและให้ความสนใจกับนิยายสืบสวนเก่าๆ ซึ่งเขาได้แรงบันดาลในมาจากภาพยนต์เรื่องThe Long Goodbye และอิ่มเอมกับงานเขียนเหล่านั้นแล้ว คอนเนลลี่ก็กลับมาสานความฝันในวัยเด็กอีกครั้ง เขาตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยเปลี่ยนไปเรียนในภาควิชาสื่อสารมวลชน คณะcreative writing ซึ่งอาจารย์ของเขาก็ใช่จะธรรมดา เขาคือคือแฮรี่ คริวร์  ( Harry (Eugene) Crews) ปรมาจารย์คนสำคัญในวงการวรรณกรรมอเมริกันนั่นเอง

แค่นั้นยังไม่อาจสร้างคอนเนลลี่ให้เป็นนักเขียนอาชญสืบสวนสอบสวนชั้นดีได้ครับ หลังจากที่จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฟอลริดาในปี 1980 คอนเนลลี่ ยังไม่ได้เริ่มเขียนนิยายอย่างจริงจัง เขาทำงานเป็นนักข่าวที่เขียนข่าวในคอลัมน์ข่าวสายอาชญากรรม อยู่เกือบสองปีกับ Daytona Beach News Journal จากนั้นก็ได้งานใหม่ที่  Fort Lauderdale News and Sun-Sentinel และได้เข้าไปเขียนข่าวอาชกรรมในสมัยที่เกิดสงครามโคเคนในฟลอริดาตอนใต้ ซึ่งมีทั้งอาชญากรรมและฆาตกรรม ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เป็นช่วงที่คอนเนลลี่ได้ประสบการณ์และวัตถุดิบต่างๆในการเขียนนิยายไว้แล้ว และเขาได้นำไปใช้เขียนนิยายในภายหลังครับ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น คอนเนลลี่ มีโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต เขาได้ร่วมงานกับผู้รายงานข่่าวอีกสองคน ในการสัมภาษณ์และเขียนข่าวเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตก ในฟลอริดาในปี 1985 หรือที่เรียกกันว่า Delta Air Lines Flight 191 และผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับรางวัลที่เรียกว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติของเหล่าบุคคลในวงการข่าว รางวัลนั้นคือ Pulitzer Prize (รางวัลพูลลิเซอร์) และทำให้ คอนเนลี่ ได้มีโอกาสร่วมงานกับ  Los Angeles Times หนึ่งในสือยักษ์ใหญ่ของอเมริกาในปี 1987

หลังจากทำงานที่ Los Angeles Times ได้สามปี คอนเนลี่ ได้เริ่มเขียนนิยายเล่มแรกที่มีชื่อว่า Black Echo อย่างไรก็ตาม คอนเนลี่ มีนิยายที่เขียนไว้แล้วก่อนหน้าแต่ยังเขียนไม่จบ อยู่แล้วสองเรื่องแต่เขาเองก็ไม่พยายามที่จะเขียนต่อ นิยายเรื่อง  Black Echo ตีพิมพ์ในปี 1992 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตำรวจที่สืบหาความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร แต่เหตุการณ์กลับผลิกผันอย่างเหลือเชื่อเมื่อแฮรี่ บอช(ตัวละครขาประจำของ คอนเนลลี่) ได้เข้าไปสืบสวนคดีดังกล่้าวและพบว่าเรื่องราวทั้งหมดกลับผูกโยงกับตัวเขาได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้(กฎของเมอร์ฟี่) โดยเค้าเรื่องนั้น คอนเนลลี่ ได้มาจากเรื่องจริงในฐานะนักข่าวสายอาชญากรรมคนหนึ่ง  Black Echo ได้สร้างชื่อให้กับ คอนเนลลี่ ในเวลาต่อมาจากรางวัลเอ็ดการ์ดในฐานนะนักเขียนหน้าใหม่ (Mystery Writers of America’s Edgar Award for best first novel)  และจากนั้นก็มีนิยายของแฮรี่บอชออกมาอีกหลายเล่ม รวมถึงนิยายเล่มอื่นๆที่ดังไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตามนิยายเล่มแรกของ คอนเนลลี่ ที่ผมมีโอกาสได้อ่าน กลับไม่ใช่ Black Echo (เสียงสะท้อนจากความมืด) ครับ แต่เป็นเรื่อง The Lincoln Lawyer(แผนพิพากษา) ซึ่งตอนที่อ่านเรื่องนี้ก็รู้สึกว่าสนุกดี แต่ถ้าใครเป็นแฟนของ คอนเนลลี่  ก็คงรู้ว่านี่มันไม่ได้อารมณ์คอนเนลลี่เท่าไหร่เลย เพราะส่วนใหญ่แล้วนิยายของคอนเนลลี่จะค่อยๆปูพื้นเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งบางคนถึงกับไม่ชอบไปเลยก็มีเพราะแกวางเรื่องนานไปหน่อยครับ แต่ใน The Lincoln Lawyer มันจะมีฉากเล่าเรื่องน้อยกว่าเล่มอื่นๆและเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับทนายมากกว่ารายละเอียดของการสืบสวน อย่างไรก็ตามต้องบอกว่านิยายเรื่อง The Lincoln Lawyer ค่อนข้างดังนะครับ และน่าจะเป็นเล่มหนึ่งที่แฟนๆคอนเนลลี่ ชอบมากๆ ถึงกับได้ทำเป็นภาพยนต์ด้วย หลังจากนั้นผมก็มีโอกาสได้อ่านงานของคอนเนลลี่อีกเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น Black Echo ซึ่งถือเป็นงานที่แสดงออกถึงตัวตนและแนวทางของตัวคอนเนลลี่ในยุคแรกๆได้ดีทีเดียวก่อนที่จะแตกออกมาเป็นซีรี่ส์อื่นๆเช่นทุกวันนี้  Blood work ที่เล่าเรื่องฆาตกรรมต่อเนื่องซึ่งอ่านแล้วน่าติดตามการตามล่าตามล้างระหว่างแม๊คเคนแลปและตัวฆาตกร หรือ The Poet ซึ่งอธิบายถึงฉากการฆ่าได้อย่างถึงอารมณ์ อ่านคนเดียวแล้วทำให้ผมเย็นสันหลังได้จริงๆ โดยรวมแล้วผมว่างานของ คอนเนลลี่  เป็นงานอีกแนวหนึ่งที่อ่านสนุกแต่ต้องการสมาธิมากหน่อยเพราะเรื่องราวมันจะเกิดการวางโครงเรื่องเพื่อให้รายละเอียดสมจริงครับ แต่พอเข้าที่เข้าทางแล้วสนุกแน่นอน ส่วนของเรื่องรายละเอียดนี่แหล่ะที่ผมคิดว่า มันทำให้เราจินตนาการและมีอารมณ์ร่วมกับนิยายได้อย่างคาดไม่ถึงทีเดียว

นิยายของ คอนเนลลี่  มีทั้งแบบเป็นซีรี่ส์และแบบจบในเล่มครับ ซึ่งก็ตัวเอกหลายตัวที่เค้าสร้างไว้ แต่หลักๆก็จะเป็นแฮรี่ บอช อย่างไรก็ตามผมชอบที่คอนเนลลี่เขียนให้เกิดความเกี่ยวโยงระหว่างตัวละครด้วยกัน(หมายถึงนำตัวเอกจากซี่รี่ส์อื่นมาไว้กับอีกซีรี่ส์หนึ่ง) แต่ทั้งนี้ก็ไม่ถึงกับว่าผู้อ่านอย่างเราๆจะต้องตามอ่านทุกเล่ม เพราะส่วนใหญ่ก็แค่อ้างถึงแบบผิวเผิน คอนเนลลี่มักจะเขียนนิยายประเภทสืบสวนสอบสวนครับ เนื้อเรื่องประมาณว่ามีตัวละครที่ต้องเข้าไปทำหน้าที่ในการสืบหาความจริงกับหน่วยงานของทางรัฐบาลอาจเป็นตำรวจท้องที่ หรือ FBI ก็แล้วแต่ แต่ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ จะมีเรื่องเกี่ยวกับวงการตำรวจในแง่มุมต่างๆรวมอยู่ด้วยไม่มากก็น้อยครับ อีกเรื่องที่ คอนเนลลี่ ชอบเขียนถึงคือเรื่องสะกดจิตครับ อ่านหลายเรื่องแล้วพี่แกชอบศาสตร์ทางด้านนี้มากจริงๆ แต่อ่านแล้วก็สนุกดีครับ นิยายเล่มล่าสุดของ คอนเนลลี่ ชื่อ The Drop ครับซึ่งเป็นนิยายในจักรวาลของแฮรี่บอช และในปีนี้ที่กำลังจะออกมาใหม่ก็คือ The Black Box ซึ่งก็เป็นนิยายในจักรวาลของแฮรี่บอชเช่นเดียวกัน  และสำหรับนิยายในจักรวาลของแฮรี บอชรวมแล้วคอนเนลลี่ เขียนมาแล้ว 18 เล่มครับ

ในบ้านเรานิยายแปลของ คอนเนลลี่ ผู้ถือลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ หรือแทบทั้งหมดเป็นของ  แพรวสำนักพิมพ์ ครับและส่วนใหญ่เป็นงานแปลของคุณสุเมธ เชาว์ชุติ แต่มีเล่มล่าสุดที่ผมยังไม่มีโอกาสได้อ่านก็คือ  ฆาตกรหุ่น หรือ The Scarecrow ที่เปลี่ยนคนแปลมาเป็นคุณขีดขิน จินดาอนันต์ รวมๆแล้วก็จะมีฉบับแปลไทยของคอนเนลลี่อยู่ 8 เล่มครับ ซึ่งต้องยอมรับว่าน้อยกว่าของโคเบน  นั่นเป็นเพราะนิยายของคอนเนลลี่อาจดูซับซ้อนและมีรายละเอียดมากไปหน่อยครับ ทำให้บางคนอ่านได้นิดหน่อยแล้วก็ไม่อ่านต่อ อย่างไรก็ตามผมแนะนำให้อดทนสักนิด ให้เวลากับเรื่องราวต่างๆสักนิด เพราะนิยายคอนเนลลี่สำหรับผม อ่านแล้วรู้สึกสมจริงแม้จะมีเรื่องบังเอิญต่างๆที่สร้างขึ้นเพื่อผูกเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เลื่อนลอยแบบไร้เหตุผล และบทบรรยายต่างๆอ่านแล้วผมรู้สึกสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตรงนั้นได้จริงๆครับ ท่านใดยังไม่เคยอ่าน ผมรับรองว่าสนุกไม่แพ้นิยายของโคเบนอย่างแน่นอน อาจเริ่มจาก Blood work หรือ The Lincoln Lawyer ก่อนก็ได้ ขอให้สนุกกับการอ่านครับ -danw

สนใจนิยายของ  คอนเนลลี่ ทั้งหมดสามารถเข้าไปดูได้ที่เวปไซต์ของ คอนเนลลี่ ได้เลยครับ

Advertisements
  1. Naturalpink
    มกราคม 2, 2015 ที่ 12:52 pm

    ชอบนิยายของ connelly มากค่ะ. ติดตามทุกเล่ม
    ดีใจที่มีคนไทยเขียนรีวิว

    • มกราคม 2, 2015 ที่ 3:57 pm

      Connelly เขียนนิยายสนุกนะครับ เสียดายที่บ้านเราไม่ได้ถูกผลักดันเท่าไหร่ อาจเพราะตัวเรื่องดูหดหู่และเข้าถึงยากไปสำหรับคนไทย แต่ผมชอบบรรยากาศแบบนี้จริงๆ หดหู่แบบเขย่าขวัญนิดๆ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

  2. 914
    เมษายน 12, 2015 ที่ 9:59 am

    ชอบนิยายของคอนเนลลี่เหมือนกันค่ะ บรรยากาศตื่นเต้นหดหู่จริงๆ อ่านจบแล้วต้องหาอะไรสดใสให้พลังชีวิตค่ะ….แต่พอห่างๆไปก็จะหามาอ่านอีก สงสัยจะเสพติดบรรยากาศแบบนั้นนิดๆ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: