หน้าแรก > News > Ender’s Game : ออร์สัน สก็อต การ์ด (Orson Scott Card) – นิยายวิทยาศาสตร์ …พลิกโลก

Ender’s Game : ออร์สัน สก็อต การ์ด (Orson Scott Card) – นิยายวิทยาศาสตร์ …พลิกโลก

ออร์สัน สก็อต การ์ด (Orson Scott Card)

ออร์สัน สก็อต การ์ด (Orson Scott Card)

โจทย์มีอยู่ว่า ถ้าผมให้คุณนึกถึงนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์(ต่างประเทศ)สนุกๆสักเรื่อง คุณจะนึกถึงใครเป็นคนแรก แน่นอนนล่ะหนึ่งในนั้นต้องมี สามผู้ยิ่งใหญ่(Big three)แห่งนิยายวิทยาศาสตร์ ซึ่งอยู่ในยุคที่เราๆ ยังพอจะคุ้นหูอยู่บ้าง และถือว่าเป็นยุคทอง(Golden Age of Science Fiction;  1938 – 1946)ของนิยายวิทยาศาสตร์รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

อันได้แก่ ไอแซค อสิมอฟ (Isaac Asimov) – กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์ ,  อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก (Arthur C. Clarke) – Space Odyssey และ โรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ (Robert A. Heinlein) –  The Moon Is a Harsh Mistress(จันทราปฏิวัติ) ทั้งสามคือนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับโลกในนี้ก็ว่าได้ และแม้จะมีนักเขียนอื่นๆ อีกหลายท่าน แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องรายละเอียดของงานเขียนแล้ว ก็ยากที่จะเบียดอันดับขึ้นมาได้

ความจริงแล้วทั้งสามท่านนอกจากจะเป็นนักเขียนแล้ว ท่านยังเป็นนักวิทยาศาสตร์มาก่อนที่จะเริ่มเขียนต้นนิยาย ดังนั้นเบื้องหลังนิยายสนุกๆก็มาจากวัตถุดิบชั้นดีที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ตรง และพื้นฐานแห่งความเป็นไปได้(โดยส่วนมาก) และบางครั้งนิยายที่เขียนออกมามักมีแนวความคิดปรัชญาที่เป็นตรรกะซับซ้อน และมักแฝงจินตนาการทางวิทยาศาสตร์แบบสุดโต่ง รวมถึงการผสมผสานเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมอันเอกอุรวมอยู่ด้วยเสมอ ทำให้ไม่ว่าจะเอานิยายของทั้งสามท่านมาอ่านอีกสักกี่ครั้งก็ยังดูเข้ากับยุคสมัยอยู่ และเรียกว่าไม่ได้ห่างไกลจากความคาดหวัง และจินตนาการของมนุษย์ในยุคนั้นๆแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามตำนานคนสุดท้าย อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก  ได้จากเราไปในปี 2008 แล้วใครเล่าจะมาสานต่อจินตนาการของเขาทั้งสาม?

ไอแซค อสิมอฟ   แรงบันดาลใจหนึ่งของ การ์ด

ไอแซค อสิมอฟ แรงบันดาลใจหนึ่งของ การ์ด

ในปี 1951 ขณะที่ ไอแซค อสิมอฟ  กำลังวางแผงนิยายเล่มแรกของนิยายชุด Foundation(สถาบันสถาปนา)  ในวันนั้นชายผู้มีชื่อว่า ออร์สัน สก็อต การ์ด (Orson Scott Card) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ พร้อมกับภาระอันใหญ่ยิ่ง อันมีนามว่า Ender’s Game

ออร์สัน สก็อต การ์ด ไม่ได้เริ่มต้นอาชีพมาจากนักวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด แต่จะมีความหมายอะไรในเมื่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่ยุคทองได้จบลงในปี 1946 ความเฟื่องฟูของนิยายวิทยาศาสตร์ได้ทิ้ง “สถาปันสถาปนา” ของ ไอแซค อสิมอฟ   และ Starship trooper ของ โรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์  ไว้เป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับ การ์ด 

Ender’s Game หรือ เกมพลิกโลก เริ่มต้นมาจากเรื่องสั้น ที่การ์ดเองยอมรับว่ามีผลพวงมาจาก “สถาปันสถาปนา” ของ ไอแซค อสิมอฟ  และแท้จริงแล้วตัวเค้าเองไม่ได้มีเชี่ยวชาญด้านงานวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย แต่สำหรับงานประพันธ์นั้นก็เป็นอีกเรื่อง การ์ด เรียนจบปริญญาในสาขาโบราณคดีเนื่องจากเขาเชื่อว่าเขาชอบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แต่ในที่สุดเมื่อค้นพบว่า โบราณคดีไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องสำหรับตัวเขานัก  การ์ด  ก็ไปเอาดีด้านงานละครโดยเฉพาะละครเวที ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเติมเต็มจินตนาการบรรเจิดของเขาได้ เขาทำหมดไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ฉาก กำกับ หรือแม้กระทั่งฝ่ายเสื้อผ้า แต่สิ่งที่เค้าไม่คิดว่าจะเป็นก็คือ ผู้แต่งบทละคร

การ์ด เห็นบทละครจากนักเขียนบทบางคน ดูน่าเบื่อและน้ำเน่า เพื่อให้นิยายสนุกและไม่จำเจเขาจึงลองปรับแก้บทละครให้เข้ากับแนวคิดของเขาและเพื่อให้ผู้ชมสนุกกับละครของเขามากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปจากหน้าที่ก็กลายเป็นความเชี่ยวชาญและท้าทาย เขาจึงเริ่มเขียนบทเอง รวมถึงเข้าใจในตัวผู้ชมด้วยว่าจังหวะในการเขียนเรื่องควรจะเป็นแบบไหน ตรงไหนที่ดึงใจคนได้ ทำอย่างนี้จนทุกอย่างมาถึง ‘จุดที่ตกตะกอน‘ การ์ด จึงได้ลองเขียนนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องแรก อยู่ในชุดที่ชื่อว่า The Worthing Saga แต่ก็เงียบๆไปเนื่องจากมัวแต่วุ่นกับบริษัทละครของเขาเอง ซึ่งภายหลังต้องปิดกิจการลงไป และทำให้เค้าค้นพบทางสว่างว่าถ้าเค้าไม่เขียนิยายดีๆ ออกมาสักเรื่องเขาคงแย่แน่ๆ เพราะตอนนี้การที่บริษัทละครต้องปิดตัวไปได้ทิ้งหนี้ก้อนใหญ่ไว้ให้เค้าด้วยนั่นเอง

Thinker คือนิยายเรื่องแรกในชุด The Worthing Saga ที่ การ์ด เลือกออกมาปัดฝุ่นแล้วลองส่งไปให้วารสารอนาล็อก(Analog Science Fiction and Fact) ที่ถือว่าเป็นนิตยาสารหัวใหญ่ในอเมริกาในฝั่งนิยายวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว และได้รับจดหมายปฏิเสธกลับมาว่า มันดูเป็นนิยายแฟนตาซีมากกว่าจะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์

การ์ด จึงกลับมาครุ่นคิดถึงแนวทางในการดำเนินใหม่เรื่องอีกครั้ง และได้ไอเดียเรื่องทหารเด็กมาจากหนังสือเรื่อง Army of the Potomac ของ บรูซ แคตตัน(Bruce Catton) ทำให้เกิดเรื่องสั้นที่ชื่อ Ender’s Game ในปี 1977 ซึ่งได้ที่ 2 ในรางวัลฮิวโก้* และได้รางวัล จอห์น ดับเบิ้ลยู  แคมเบลล์ สำหรับรางวัลนักเขียนใหม่ยอดเยี่ยม ซึ่งถือว่าเป็นการแจ้งเกิดที่ดีสำหรับตัวเขา

Ender’s Game  ถือเป็นเรื่องที่ การ์ด ตั้งใจปูพื้นไว้สำหรับนิยายเล่มต่อไปของเขา Speaker for the dead* (วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ) ซึ่งในปี 1985 นิยายเรื่องนี้ก็ถูกเขียนแบบเต็มเล่มอีกครั้ง คว้ารางวัลนิยายวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมได้ทั้งรางวัลเนบิวลา*และฮิวโก้ ซึงถือว่าเป็นนักเขียนคนแรกที่ทำได้ และเป็นที่พูดถึงในวงกว้างแทบจะในทันที

นิยายเรื่อง Ender’s Game  เป็นนิยายลูกผสมครับ ไม่ได้เน้นหนักไปในแบบนิยายวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แต่มีลูกเล่นในแง่ของการเมืองและสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถึงกับต้องบอกว่าไม่ได้สนุกมาก และบางตอนอาจดูน่าเบื่อไปด้วยซ้ำกับบางคน แต่เป็นนิยายที่ดีครับ การ์ด เขียนให้ทุกอย่างอ่านง่ายอย่างที่เค้าเคยทำกับบทละคร เพื่อให้เค้าถึงคนได้ทั้งโลกไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมคิดว่าหนังสือแสดงอารมณ์หลายๆอย่างมาก ช่วยให้เราได้คิดว่าทุกวันนี้เรากับโลกนี้และผู้คนสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งแสดงให้เห็นจุดเด่นของ การ์ด ในการนำแนวคิดรวมถึงไอเดียของนักเขียนหลายๆท่านมาต่อยอดใช้ และไม่ทำให้เกิดความจำเจ รวมถึงใช้จุดเด่นของเค้าในด้านการเขียนและเข้าใจถึงตัวผู้อ่าน เพื่อให้ได้งานเขียนที่อ่านไม่ยากและไม่ยึดติดกับความเป็นวิทยาศาสตร์จนเกินไปครับ ซึ่งกลุ่มนักอ่านของเขานั้นมีอยู่ทุกช่วงวัยเลยทีเดียวครับ

จริงๆผมยังเล่าเรื่อง การ์ด ไม่หมดครับ ซึ่งถ้าใครอยากอ่านเพิ่มสามารถเข้าไปอ่านในบทนำของนิยายฉบับภาษาไทยได้ ตามที่ทราบกันอยู่แล้วว่า Ender’s Game มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า เกมพลิกโลก แม้นิยายจะเขียนมาตั้งแต่ปี 1985 แต่มีความร่วมสมัยอย่างไม่น่าเชื่อ ฉบับแปลไทยแปลโดย ดร. ยรรยง เต็งอำนวย และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ที่ชื่อ ASK Media ที่ล้มลุกคลุกคลานปลุกปล้ำหานิยายดีๆมาให้เราอ่าน ผมขอเป็นตัวแทนนักอ่าน ‘ขอบคุณสำนักพิมพ์ ASK Media มากๆรวมถึง ดร. ยรรยง ด้วยครับ’

เอาล่ะเข้าเรื่องกันเลย Ender’s Game ถือว่าเป็นของขายดีของ การ์ด แน่นอนแหล่ะว่ามันจะต้องมีหลายภาคแน่ๆ  ตั้งแต่ปี 1985 จนถึงปี 2013 นิยายในชุด Ender’s Game  มีทั้งหมด 15 เล่มครับโดยเล่มล่าสุดคือ Earth Afire ที่ถือว่าเป็นมุกที่นักเขียนทุกคนชอบเอามาใช้คือกลับไปเล่าเรื่องก่อนหน้า ซึ่งตอนนี้มาถึงเล่มที่สองแล้ว เล่มก่อนหน้าคือ Earth Unaware ซึ่ง การ์ด วางแผนไว้ว่าจะเขียนแค่สามเล่มครับ คลิกเข้าไปดู ลำดับของนิยายทั้งแบบวันที่วางจำหน่ายและลำดับเหตุการณ์ ที่นี่

กระแสการนำ Ender’s Game มาสร้างเป็นภาพยนต์แรงซะจนฉุดไม่อยู่ล่าสุดนิยายเรื่อง Ender’s Game กลับเข้าสู่อันดับที่ 1 ของอันดับหนังสือขายดีเดอะนิวยอร์กไทมส์เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนกระแสภาพยนต์ก็มาแรงมาก ชมตัวอย่างภาพยนต์ที่กำลังจะเข้าฉายด้านล่าง

—-

ถ้ากระแสภาพยนต์จะฉุด Ender’s Game กลับเข้าสู่อันดับที่ 1 ของอันดับหนังสือขายดีเดอะนิวยอร์กไทมส์ แล้วในบ้านเราล่ะ? ผมคิดว่านิยายน่าจะกลับมาขายได้อีกครั้ง แต่ผมยังไม่เห็นเลยครับต่างจากตอน The Hobbit กำลังจะเข้าฉายมาก และทางเดียวที่จะซื้อได้ตอนนี้คือผ่านหน้าร้านหนังสือ หรือติดต่อไปที่ ASK Media เท่านั้นและผมแน่ใจว่า ตอนนี้อาจจะเหลือไม่มากหรืออาจจะเร่งพิมพ์อยู่ ก็แค่เดาแต่ถ้าคุณไม่อยากพลาดนิยายดีๆ ควรรีบหามาเก็บไว้ แต่ผมคิดว่าเนื้อหาระหว่างนิยายกับภาพยนต์น่าจะแตกต่างกันบ้างต้องลองไปชมเองครับงานนี้ นอกจากนี้ Ender’s Game ถูกเอาไปสร้างในฉบับการ์ตูนโดย Marvel comic อีกด้วยครับ

ฉบับภาษาไทยนั้นแปลไว้ทั้งหมด 4 เล่มครับ ซึ่งเป็นชุดแรกก่อนที่จะไปสู่ Ender’s Shadows เรียกว่าจบชุดของ Ender’s Game ภาคแรกก็ได้ แปลโดย ดร. ยรรยง ทั้งหมด เรียกว่าไม่ผิดหวังกับฝีมือการแปลครับ

ender game

—-

นอกจากผลงานในชุด Ender’s Game แล้ว การ์ด ยังมีผลงานอื่นๆอีก แต่ที่น่าสนใจคือ The Lost Gate ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเวทมนต์และเป็นนิยายแฟนตาซี ที่สำคัญคือมีฉบับแปลไทยแล้วด้วยครับ แต่ผมเองก็ยังไม่เคยอ่านสักที ใครเคยอ่านแล้วแวะมาบอกกันบ้างนะครับว่าสนุกไหม / หวังว่าหนังสือจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณบ้างครับ – Dan

ล่าสุดอมรินทร์ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของ Ender’s game มาตีพิมพ์ใหม่อีกครั้งครับ ซึ่งยังไม่ทราบได้ว่าฉบับใหม่ใครจะเป็นคนแปล คอยติดตามกันต่อไปครับ

Advertisements
  1. Demerzel
    สิงหาคม 28, 2013 ที่ 8:57 am

    The Lost Gate ก็สนุกใช้ได้ครับ แนวแฟนตาซีเด็ก ใกล้เคียงกับ Ender’s Game
    แต่ไม่มีปรัชญาอะไรซับซ้อน เหมือนเล่มหลังๆ ใน Enderverse

    • สิงหาคม 28, 2013 ที่ 1:43 pm

      ขอบคุณมากครับ คุณDemerzel เป็นข้อมูลไว้สำหรับคนที่สนใจงานของ การ์ด หลังจากที่อ่าน Ender’s Game แล้ว

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: