Archive

Archive for the ‘แนะนำนักเขียน’ Category

‘เทพแห่งนิยายเอดเวนเจอร์’ : ไคลฟ์ คัสเลอร์ (Clive Cussler)

มกราคม 7, 2013 ใส่ความเห็น

clive cusslerในวงการภาพยนต์ถ้าคุณคิดอยากจะดูภาพยนต์ที่ออกแนวโลดโผนโจนทะยานสักเรื่อง ผมเชื่อว่า ชื่ออินเดียน่า โจนส์(Indiana Jones) จะต้องเป็นหนึ่งในภาพยนต์ที่อยู่ในใจคุณอย่างแน่นอน!

อินเดียน่า โจนส์ เป็นภาพยนต์แนวผจญภัย(adventure) แบบถล่มภูเขาเผากระท่อม เพื่อค้นหาความลับของอารยธรรมโบราณที่หลบซ่อนอยู่ในสถานที่ต่างๆทั่วโลก ที่สำคัญภาพยนต์กำกับและอำนวยการสร้างโดยสองผู้ยิ่งใหญ่ในวงการอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก(Steven Spielberg) และจอร์จ ลูคัส(George Lucas) คงไม่ต้องบอก ว่าจะมันส์และสุดยอดขนาดไหน

ปัจจุบันภาพยนต์เรื่องอินเดียน่า โจนส์ มีทั้งหมด 4 ภาคด้วยกัน โดยภาคแรกมีชื่อว่า ‘Raiders of the Lost Ark’ หรือ ‘ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า’ ออกฉายครั้งแรกในปี 1981 นำแสดงโดยดาราชื่อดังและมากฝีมืออย่าง แฮร์ริสัน ฟอร์ด ประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และคำวิจารณ์ รวมถึงยังมีอิทธิพลต่อภาพยนต์ในยุคต่อๆมาอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

ไมเคิล คอนเนลลี่ (Michael Connelly) : อาชญนิยายสืบสวนและสอบสวน ชวนเขย่าอารมณ์(สุดๆ)

ถ้าพูดถึงนักเขียนนิยายสืบสวนและสอบสวน ที่ว่ากันว่าเป็นแถวหน้าของวงการจะต้องมีชื่อของ ไมเคิล คอนเนลลี่ (Michael Connelly) รวมอยู่ด้วยเป็นแน่แท้ คอนเนลลี่ คือนักเขียนมากประสบการณ์คนหนึ่งที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นิยายเรื่อง The Black Echo(เสียงสะท้อนจากความมืด)ที่วางแผงในปี 1992 มาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงมีแฟนคลับนิยายของเขาอยู่ทั่วโลก

คอนเนลลี่ เป็นนักเขียนอาชญนิยายเชิงสืบสวนและสอบสวน ที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงเคียงคู่มากับฮาร์ลาน โคเบน (Harlan Coben)เลยทีเดียว เหตุเพราะทั้งสองคนเปิดตัวในวงการกับนิยายแนวๆเดียวกันในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน (Play dead ของโคเบนวางแผงในปี 1990) นิยายหลายๆเรื่องของทั้งสองคนสามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักอ่านมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามแนวทางการเขียนนิยายของโคเบนและคอนเนลลี่ต่างก็มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างชัดแจ้งและชัดเจนครับ

อ่านเพิ่มเติม…

แมทธิว ไรลี่ย์ (Matthew Reilly) สุดยอดนิยายสไตล์แอคชั่น-เทคโนทริลเลอร์จากแดนจิงโจ้

มิถุนายน 21, 2012 ใส่ความเห็น

จริงๆช่วงนี้ผมมีบทความหลายเรื่องที่ผมเขียนค้างไว้แล้วแต่ยังไม่จบสักที เนื่องจากว่าช่วงนี้ อากาศมันชวนให้ขี้เกียจจริงๆ จนทำให้ผมรู้สึกหน่วงๆ มาเรื่อยๆ  แต่อยู่ดีๆก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้ผมอยากเขียนถึง  แมทธิว ไรลี่ย์(Matthew Reilly)  ขึ้นมาซะอย่างงั้น! พอมานั่งนึกๆดูแล้วก็ยังไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนให้กับตัวเองได้ว่าความรู้สึก อยาก ที่เกิดขึ้นมานั้นมันมาจากไหนกัน

อาจเป็นไปได้ว่าแท้จริงแล้ว ผมกำลังคิดถึงงานเขียนของไรลี่ย์ และกำลังสนุกไปกับภาพเรื่องราวและฉากของห้องสมุดที่อยู่ในนิยายเรื่อง Contest ที่อยู่ๆก็ดันผ่านแวบเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ จนทำให้ผมอดรนทนไม่ไหว วันนี้เลยต้องมานั่งระบายความรู้สึกนี้ให้กับเพื่อนๆนักอ่านทุกคน เพื่อที่จะได้แบ่งเบาความสนุกนี้ไปบ้างครับ

อ่านเพิ่มเติม…

ทอม แคลนซี(Tom Clancy) : เจ้าพ่อนิยายสงครามสไตล์เทคโนทริลเลอร์

Tom ClancyTom Clancyหากเอ่ยถึงชื่อของ ทอม แคลนซี(Tom Clancy) ในบ้านเราแล้วเหล่าเกมส์เมอร์คงร้องอ๋อ เพราะมีเกมจำนวนเป็นโหลที่ใช้ชื่อนี้ แล้วตามท้ายด้วยอะไรสักอย่าง ซึ่งสำหรับผมเกมที่เคยเล่นและใช้ชื่อนี้ก็น่าจะเป็น ทอม แคลนซี เรนโบว์ซิก(Tom Clancy’s Rainbow Six) ครับ และนั่นก็นานมากแล้ว แต่สำหรับเหล่านักอ่านชาวไทยแล้วชื่อของ ปู่ทอม อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่นัก เพราะตลาดของนิยายฉบับแปลไทยของปู่ทอมที่แปลโดยคุณ สุวิทย์ ขาวปลอด (ผมไม่แน่ใจนักเป็นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด)ไม่ได้แพร่หลายในระดับที่เรียกว่า mass market ซึ่งก็หมายถึงการผลิตคราวละมากๆ และเป็นตลาดใหญ่ในบ้านเราครับ โดยหนังสือจะขายให้กับลูกค้าทุกคนเหมือนกันหมดครับโดยเน้นที่ราคาถูก และนานๆทีก็จะมีฉบับปกแข็งออกมาขายบ้าง ซึ่งไอ้ตลาดที่ทำนานๆที่นี่แหล่ะครับเค้าเรียกว่า  nice market ที่จะเน้นการขายเฉพาะกลุ่มหรือตามกระแสนิยม และจะผลิตในจำนวนที่ไม่มาก โดยอาจพิจารณาจากจำนวนกลุ่มผู้ซื้อเป็นหลักเพื่อไม่ให้เกิดสินค้าคงคลังมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ขาดทุน เนื่องจากหนังสือมันมีอายุครับ เก็บไว้ได้สักพักก็มีเหลืองบ้าง บวมบ้าง อะไรบ้าง ราคาก็จะตกสำนักพิมพ์หรือตัวแทนจำหน่ายก็จะเอามาขายลดราคาให้เรา นานๆวันเข้าก็อาจจะต้องทิ้ง เพราะหนังสืออาจเสื่อมสภาพไปเลย อันนี้ก็เป็นสัจธรรมของโลกครับ

อ่านเพิ่มเติม…

เดวิด บัลดัคซี (David Baldacci) : นิยายจารกรรมสายลับ-ทฤษฎีสมคบคิด

พฤษภาคม 12, 2012 ใส่ความเห็น

เดวิด บัลดัคซี (David Baldacci) เป็นนักเขียนนิยายรูปหล่อ(เคยติดอันดับในนิตยสาร People) คนหนึ่งที่หนังสือของเขาขึ้นแท่นหนังสือขายดีของ “เดอะไทมส์” บ่อยๆ  ล่าสุดก็มีทั้ง ZERO DAY, THE SIXTH MAN และ THE INNOCENT โดยเฉพาะในหมวด Hardcover Fiction ที่ THE INNOCENT  นิยายเล่มล่าสุดของเขาที่ได้ขึ้นไปจนถึงลำดับที่ 3  ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เดวิด บัลดัคซี เป็นนักเขียนคุณภาพคนหนึ่งของวงการเลยทีเดียว

แม้ในบ้านเรานักอ่านบางท่านอาจไม่เคยได้ยินชื่อของเขา แต่ในอเมริกาชื่อชั้นของ เดวิด บัลดัคซี หาได้ด้อยกว่านักเขียนท่านอื่นๆที่ผมเคยแนะนำมาเลยสักนิดครับ  บัลดัคซี จบมหาวิทยาลัยทางด้านกฏหมาย จากมหาวิทยาลัยเวอจิเนียร์ ซึ่งหลังจากจบการศึกษาเขาก็ไม่ได้เริ่มต้นอาชีพนักเขียนเลยทันที แต่กลับเดินหน้าเก็บประสบการณ์ทางด้านกฏหมายเป็นเวลาถึง 9 ปี ในระหว่างนั้น บัลดัคซี ได้ใช้เวลาว่างในการเขียนเรื่องสั้นและบทภาพยนต์บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จากนั้นเขาจึงหันเหตัวเองมาลองเขียนนิยาย และใช้เวลาถึง 3 ปีในการเขียนนิยายเล่มแรกที่มีชื่อว่า  “Absolute Power” ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี 1996 และที่สุดแล้วนิยายเล่มนี้ก็กลายเป็นหนังสือระดับ international best seller (ผมเรียกว่า “นิยายขายดีระดับโลก”) และส่งให้  เดวิด บัลดัคซี มีเสียงในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม…

ฮะรุกิ มูราคามิ (Murakami Haruki) นิยายเหนือจินตนาการขนานแท้

เมษายน 28, 2012 1 ความเห็น

“ในเดือนเมษายน 1978 ตอนที่ผมกำลังดูการแข่งเบสบอลที่สนามจิงกุในโตเกียว แสงแดดส่องจ้า ผมดื่มเบียร์อยู่ และตอนที่เดฟ ฮิลตัน จากทีมยาคุลต์ สวอลโลวส์ตีลูกได้อย่างเยี่ยมยอด ตอนนั้นเองผมก็รู้ว่าผมจะเขียนนิยาย”

นี่คือบทสัมภาษณ์ของนักเขียนที่มีชื่อว่า “ฮะรุกิ มูราคามิ” หรือ “มูราคามิ” นักเขียนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่มีแฟนคลับชาวไทยมากโขอยู่(รวมทั้งผมด้วยอีกคน) เพราะฉะนั้นในบทความนี้ ผมคงไม่เน้นที่จะมาบอกเล่าเรื่องประวัติและผลงานของเขามากนัก นั่นเพราะว่าท่านสามารถหาอ่านได้ทั่วๆไปนั่นเอง(ผมจะลงลิงค์ไว้ให้ในตอนท้ายครับ)

“มูราคามิ” สำเร็จการศึกษาวิชาการละคร ภาควิชาวรรณคดี จากหาวิทยาลัยวาเซดะในกรุงโตเกียว และเริ่มต้นเขียนนิยายเมื่ออายุ 29 ปี ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังเปิดบาร์เล็กๆ ที่โตเกียวมีชื่อว่า ปีเตอร์ แคท (Peter Cat)
นิยายของเขามักเริ่มด้วยโครงเรื่องง่ายๆ เน้นการจัดวางเรื่องราว สร้างตัวละคร เล่นกับความรู้สึกของตัวละคร และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ความพิลึกพิลั่นของเหตุการณ์ต่างๆภายในเรื่องที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวให้ดำเนินต่อไปได้ และเพราะมูราคามิชอบดนตรีและเป็น(เคยเป็น)เจ้าของบาร์แจ๊ส นิยายของเขาจึงมักมีเกร็ดดนตรี รวมถึงเรื่องราวของดนตรีเกี่ยวเนื่องอยู่เสมอ เหล่านี้ทำให้นิยายของเขาแตกต่างจากนักเขียนท่านอื่นๆ และทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น และนับตั้งแต่นิยายเรื่อง “Norwegian Wood” (มีชื่อไทยว่า “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย”) ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1987 และมียอดขายถล่มทลายในญี่ปุ่น หลังจากนั้นนิยายของเขาก็ถูกแปลและตีพิมพ์ในประเทศต่างๆมากขึ้น และทำให้มูราคามิเป็นที่รู้จักในวงการวรรณกรรมโลกในที่สุด นอกจากนี้สิ่งที่พิสูจน์ถึงความสามารถของเขาก็คือ มีนิยายของนักเขียนในเอเชียจำนวนไม่มากนักหรอก ที่มีผลงานแปลเป็นภาษาอังกฤษและมีบทวิจารณ์ใน “เดอะไทม์” รวมถึงได้รับเกียรติขึ้นบรรยายในมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศด้วย มูราคามิจึงถือว่าเป็นนักเขียนระดับตำนานคนหนึ่งของเอเชียเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม…

ฮาร์ลาน โคเบน(Harlan Coben): อาชญนิยายเขย่าขวัญ ผู้เก็บงำอดีต

เมษายน 22, 2012 ใส่ความเห็น

“ฮาร์ลาน โคเบน(Harlan Coben)”
แฟนนิยาย“แนวสืบสวน(สอบสวน)เชิงอาชญากรรม” หรือที่หลายๆท่านอาจเรียกว่า “อาชญนิยาย” แนว ระทึกขวัญ(suspense) และเขย่าขวัญ(thriller) แทบที่จะไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของ “ฮาร์ลาน โคเบน”

โคเบน เป็นนักเขียนแถวหน้าคนหนึ่งของวงการนิยายสืบสวน(สอบสวน)ในอเมริกา โดยเขาเริ่มสนใจงานเขียนขณะที่อยู่เรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จากนั้นเขาก็เริ่มเขียนนิยาย โดยนิยายเล่มแรกของเขา(Play dead,แกล้ง) ได้ถูกตีพิมพ์ในขณะที่เขาอายุ 26 ปี(ซึ่งโคเบนไม่ค่อยภูมิใจกับนิยายเล่มนี้เท่าไหร่) และหลังจากที่เขาเขียนนิยายแบบเล่มจบ(stand-alone novel)ได้สองเล่ม เขาก็ได้เปลี่ยนแนวการเขียนฉีกออกมาจากสองเล่มแรก โดยนิยายเล่มที่สามนี้ เป็นนิยายเล่มแรกของ “นิยายชุด ไมรอน โบลิทาร์” ที่มีตัวเอกชื่อ “ไมรอน โบลิทาร์” เป็นตัวละครหลักและมีอิมเมจเป็นอดีตนักกีฬาบาสเกตบอลดาวรุ่งที่ผันตัวเองมาเป็นตัวแทนนักกีฬา แต่ว่าดันต้องมาคอยสืบสวนหาตัวคนร้ายในเหตุฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักกีฬาในสังกัดของตัวเอง(เล่มหลังๆจะเกี่ยวของกับตัวไมรอนมากขึ้น หลักๆจะเป็นเรื่องราวในอดีตที่ผลักดันทำให้เกิดปมเหตุกับตัวไมรอนเอง) นอกจากนี้โคเบนยังเขียนให้ไมรอน มีคู่หูอีกคนชื่อว่า “วิน(วินเซอร์ ฮอร์น ล็อควูด ที่สาม)” ที่ทั้งรูปหล่อ, ทรงเสน่ห์ และเก่งแทบจะทุกด้าน(โดยเฉพาะเทควันโด) แม้นิยายชุดนี้จะถูกดำเนินเรื่องไปด้วยกีฬาหลากหลายประเภท แต่โคเบนเคยให้สัมภาษณ์ว่าผู้อ่านไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนั้นก็สามารถอ่านนิยายชุดนี้ได้ เพราะเค้าใช้กีฬาเป็นเพียงแค่ฉากหลังของนิยายเท่านั้น ปัจจุบันนิยายชุดนี้มีทั้งหมด 10 เล่ม และนอกจากนี้ โคเบน ยังคงเขียนนิยายแบบเล่มจบอีกหลายเล่มในเวลาต่อมา ซึ่งสนุกและน่าติดตามไม่แพ้นิยายชุดไมรอน โบลิทาร์ เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม…